สินค้าถูกจองเต็มหมดแล้ว ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม 02-277-9999

OSAKA TOTTORI INE KYOTO NARA 7D 4N โดยสายการเจแปน แอร์ไลน์ [JL]

  • ทัวร์ : Japan [ ญี่ปุ่น ]
  • เที่ยวเมือง : Osaka (โอซะกะ)
  • รหัสโปรแกรม : T6439
  • Code : QQGO2KIX-JL001
  • ประเภททัวร์ : ทัวร์ต่างประเทศ
  • ระยะเวลา : 7 วัน 4 คืน
ไฮไลท์ทัวร์ Highlight
เที่ยวเต็มทุกวัน - พักโรงแรมใกล้แหล่งช้อปปิ้งในโอซาก้า 2 คืน - พักออนเซ็น 2 คืน - ล่องเรือชมอ่าวอิเนะ – นั่งกระเช้าอามาโนะ ฮาชิดาเตะ - ชมเนินทรายทตโตริ ชมปราสาทฮิเมจิ – เมืองเก่าคุราชิกิ - ตลาดปลานะคะอุระไทเรียว – ถนนมิซูกิ ชิเงรุ – โคนัน ทาวน์ - หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ – วัดคิโยะมิซุ – ศาลเจ้าเฮอัน - ปราสาทโอซาก้า – วัดโทไดจิ – ช้อปปิ้ง ชินไซบาชิ - ถนนช้อปปิ้งมิยูกิ โดริ
รายละเอียดโปรแกรม
วันที่ 1

กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (JL728 00.25 - 08.05)

21.00 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประตูหมายเลข 10 เคาน์เตอร์ U สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระ
วันที่ 2

โอซาก้า (สนามบินคันไซ) – เมืองฮิเมจิ– ปราสาทฮิเมจิ(ด้านนอก) – ถนนช้อปปิ้งมิยูกิ โดริ – โอกายาม่า – เมืองเก่าคุราชิกิ – แช่น้ำแร่ธรรมชาติ

00.25 ออกเดินทางสู่ สนามบินคันไซ ประเทศญี่ปุ่น โดย สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ JL728
08.05 เดินทางถึง สนามบินคันไซ ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 2 ชม.) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว [สำคัญมาก!! ไม่อนุญาตให้นำอาหารสด จำพวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศญี่ปุ่นหากฝ่าฝืนมีโทษจับปรับได้]

เดินทางสู่ เมืองฮิเมจิ (Himeji) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดเฮียวโกะ เมืองนี้เต็มไปด้วยวัฒนธรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่นและขึ้นชื่อเรื่องมรดกโลกอย่างปราสาทฮิเมจิ ศิลปหัตถกรรมดั้งเดิมที่สวยงาม

นำท่านชม ด้านนอก ของ ปราสาทฮิเมจิ ด้วยลักษณะของตัวปราสาทที่มีสีขาวราวกับหิมะในฤดูหนาวจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ปราสาทนกกระยางขาว” หรือ “ปราสาทนกกระสา” ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่โตที่สุดในบรรดาปราสาทที่หลงเหลือมาจากยุคกลางของญี่ปุ่นและถึงแม้ตัวเมืองจะถูกทิ้งระเบิดอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ตัวปราสาทกลับไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด และได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกและสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นเมื่อเดือนธันวาคม ปี 1993 เป็นที่รู้จักกันดีในตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับผีที่ขึ้นชื่อ เรื่อง "ผีนับจาน" หรือซารายาชิกิ คือ เรื่องราวของโอกิกุ สาวใช้ของซามูไรผู้หนึ่งที่ทำจานล้ำค่าของตระกูลซามูไรแตก จึงถูกลงโทษด้วยการโยนร่างลงในบ่อน้ำ โดยในเวลาค่ำคืนจะมีผู้ได้ยินเสียงผู้หญิงโหยหวนดังมาจากบ่อน้ำเป็นเสียงนับจานช้า ๆ จนครบเก้าใบ ซึ่งบ่อน้ำนี้ยังปรากฏมาจนถึงทุกวันนี้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 1)

นำท่านมุ่งสู่ ถนนช้อปปิ้งมิยูกิ โดริ แหล่งช้อปปิ้งย่านใจกลางเมืองฮิเมจิ มีความยาวเกือบ 1 กิโลเมตร จุดเด่นของย่านนี้ คือ การสร้างหลังคาที่คลุมทั่วตลาด ไม่ว่าจะฝนตก แดดออก พายุหิมะเข้า ก็สามารถมาเดินช้อปปิ้งได้อย่างสบายใจคล้าย ๆ กับถนนช้อปปิ้งทานุกิโคจิที่ฮอกไกโด ให้ท่านได้เลือกช้อปปิ้งกับร้านค้า ร้านอาหาร ร้านเครื่องสำอางค์และร้านเสื้อผ้าแฟชั่นต่าง ๆ ตั้งเรียงรายอยู่ตลอด 2 ข้างทาง รวมไปถึงร้านอย่าง เดอ มิกิ คิตตี้ (Café de Miki Kitty) เป็นคาเฟ่ที่เอาใจสาวกคิตตี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งร้านรวมถึงอาหารและเครื่องดื่มล้วนเป็นลายเจ้าเหมียวคิตตี้ แมวน้อยแสนน่ารักชี่อดังของซานริโอนั้นเอง

เมืองเก่าคุราชิกิ (Kurashiki) ในจังหวัดโอคายาม่า (Okayama) จะมีกำแพงดินสีขาวของโกดังและบ้านโบราณที่เรียงรายไปตลอดเส้นข้างทาง คลองสายเล็ก ๆ ที่สามารถล่องเรือชมวิวได้ สิ่งปลูกสร้างโบราณหลายแห่งภายในเมืองคุราชิกินั้นสร้างในสมัยเอโดะจนถึงสมัยเมจิ (ประมาณปี ค.ศ. 1603 – 1912) ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูอย่างมากของญี่ปุ่น โดยเป็นช่วงที่มีการค้าขายกับทางตะวันตก จนเกิดการผสมผสานกันทางวัฒนธรรมและออกมาเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกร่วมสมัย ซึ่งยังคงมีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ปัจจุบันบ้านและโกดังโบราณและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ได้มีการดัดแปลงเป็นร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ โรงแรม ลานเบียร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้เมืองนี้มีการผสมผสานของสถาปัตยกรรมโบราณได้อย่างลงตัว
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2)
ที่พัก OKAYAMA HOTEL หรือเทียบเท่า **หลังจากทานอาหารค่ำ ให้ท่านผ่อนคลายกับการแช่น้ำจากแร่ธรรมชาติสไลต์ญี่ปุ่น**
วันที่ 3

ตลาดปลานะคะอุระไทเรียว – ถนนมิซูกิ ชิเงรุ [เกะเกะโนะ คิทาโร่] – เมืองทตโตริ – เนินทรายทตโตริ – โคนัน ทาวน์ – แช่น้ำแร่ธรรมชาติ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)

เดินทางสู่ ตลาดปลานะคะอุระไทเรียว (Nakaura Tairyo Fish Market) ซึ่งเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดโทตโตะริ และยังมีรูปปั้นแกะสลักรูป คิทาโร่ ขนาด 7.7 เมตร ตั้งอยู่หน้าทางเข้า เพื่อใช้เป็นแหล่งจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากท้องทะเลทั้งปลาสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ ให้ประชาชนในราคายุติธรรม ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับอาหารทะเลสดๆ ในราคาย่อมเยาว์และถ่ายรูปตามอัธยาศัย

ถนนมิซูกิ ชิเงรุ (Mizuki Shigeru) ซึ่งเป็นถนนที่สร้างขึ้นโดยมีรูปปั้นของสัตว์ประหลาดจากการ์ตูนญี่ปุ่น “เกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่” เป็นเรื่องราวของปีศาจเด็กผู้ชายตนนึงที่ชื่อ "คิทาโร่" ที่มีพ่อเป็นปีศาจลูกกะตาเดียวชอบนอนแช่น้ำในชามกับผองเพื่อนเหล่า "โยไก" หรือผีปีศาจนั่นเองอาศัยอยู่ในป่าชื่อ เกะเกะเกะ, คิทาโร่ มีหน้าที่คอยปราบปรามเหล่าโยไกที่นิสัยไม่ดี ชอบหลอกชอบหลอน สร้างความรังควาญให้มนุษย์ การ์ตูนเรื่องนี้เขียนโดยนาย “ชิเงรุ มิซูกิ” นักเขียนที่มีบ้านเกิดในจังหวัดทตโตะริและถือเป็นบุคคลสำคัญของจังหวัดให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 4)

เดินทางสู่ เมืองทตโตริ นำท่านชม เนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes) ชมสิ่งมหัศจรรย์ที่มีมานานกว่า 30,000 ปี ซึ่งเป็นทะเลทรายที่มีความยาวตั้งแต่ด้านตะวันออกจรดด้านตะวันตกของพื้นที่ยาวกว่า 16 กิโลเมตร ความสวยงามที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้างแนวคลื่นทรายที่เกิดจากแรงลมทะเล เป็นอีกหนึ่งทิวทัศน์ที่ไม่ควรพลาด

มุ่งหน้าสู่ โคนันทาวน์ (Conan Town) หรือหมู่บ้าน Hokuei เป็นชนบทเล็ก ๆ ของจังหวัดทตโตริ (Tottori) แต่เดิมหมู่บ้านนี้เป็นเพียงพื้นที่ห่างไกล แต่หลังจากการ์ตูนโคนันมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นพลุแตก ซึ่งเป็นบ้านเกิดของอาจารย์โกโชผู้เขียนการ์ตูนโคนัน มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ของหมู่บ้านให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ตลอดสองข้างทางมีหุ่นปั้นโคนันและสถานีรถไฟ รวมถึงพิพิธภัณฑ์ Gosho Aoyama Manga Factory ขึ้นมาในปี พ.ศ. 2550 จึงเป็นที่นิยมทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวกันอย่างต่อเนื่อง ให้ท่านได้เดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 5)
ที่พัก YUKAI RESORT KAIKE HOTEL หรือเทียบเท่า **หลังจากทานอาหารค่ำ ให้ท่านผ่อนคลายกับการแช่น้ำจากแร่ธรรมชาติสไลต์ญี่ปุ่น**
วันที่ 4

อิเนะ – หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ – ล่องเรือชมอ่าวอิเนะนั่ง – กระเช้าอามาโนะ ฮาชิดาเตะ – โอซาก้า - ช้อปปิ้ง ชินไซบาชิ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)

เดินทางสู่ หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ (Ine-Cho) เป็นหมู่บ้านชาวประมงอนุรักษ์ที่หลงเหลือยู่เพียงไม่กี่แห่งของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่มีจุดเด่นเฉพาะตัวที่แตกต่างจากที่อื่น มีการสร้างบ้านยื่นออกไปในน้ำแล้วมีช่องจอดเรืออยู่ภายในบ้านคล้าย ๆ กับเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ซึ่งจะสร้างอยู่ติดกันเรียงตลอดแนวยาวของชายฝั่งเกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตาไม่เหมือนกับที่ใด ๆ ในญี่ปุ่น โดยบ้านแบบนี้เรียกว่า ฟูนะยะ (Funaya) หมู่บ้านอิเนะในปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ให้บรรดานักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวประมงแบบโบราณ ตั้งแต่การตกปลา การปลูกข้าว และอื่น ๆ

นำท่านล่องเรือชม อ่าวอิเนะ (Ine-wan Bay Excursion Boat) เรือลำนี้จะพานักท่องเที่ยว วนรอบอ่าวอิเนะซึ่งรายล้อมไปด้วยบ้านแบบฟุนายะโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ให้ท่านได้ชมภูมิทัศน์ของหมู่บ้านลอยน้ำแห่งนี้ ที่ดูสวยงามแปลกตาแตกต่างไปจากเมื่อมองจากบนบกและยังจะได้เพลิดเพลินไปกับการให้อาหารกับฝูงนกนางนวลที่บินแวะเวียนมาที่เรืออีกด้วย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 7)

จากนั้นนั่งกระเช้าขึ้นสู่จุดชมวิว อามาโนะฮาชิดาเตะ (Amano Hashidate) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพานสู่สรวงสวรรค์ (bridge in heaven ) เนื่องจากเป็นจุดชมวิวที่ติด 1 ใน 3 ของวิวชายทะเลที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น (อีกสองที่ คือ Miyajima และ Matsushima) มองเห็นอ่าวมิยาสึ (Miyazu Bay) ซึ่งมีความยาวกว่า 3 กิโลเมตร ลักษณะเป็นสันทรายคดเคี้ยวเชื่อมต่อกัน ส่วนมุมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือบริเวณจุดชมวิวของภูเขาทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งได้รับการยอมรับมานานหลายศตวรรษว่าเป็นที่สวยที่สุด สันทรายที่ทอดยาว มีความกว้างเพียง 20 เมตร และบริเวณนั้นจะมีต้นสนญี่ปุ่น (Pine Trees) อยู่มากถึง 8,000 ต้น บางต้นจะมีรูปร่างเฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน

เดินทางสู่ โอซาก้า (Osaka) เมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอับดับสอง และมีประชากรมากเป็นอันดับสามของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซบนเกาะฮนซู ในเขตจังหวัดโอซากะ พาท่านช้อปปิ้ง ย่านชินไซบาชิ เต็มไปด้วยความหลากหลายของร้านค้าและแบรนด์ดังมากมายตั้งอยู่ปะปนไปกับร้านค้าแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ได้แก่ Apple Store, Dior, Chanel, Gucci, H&M, Hermès, Louis Vuitton และอื่น ๆ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมแทบจะทุกยี่ห้อดังทั่วโลกเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้แล้วยังมีสินค้าจำพวกอาหารและเครื่องดื่มหรือตุ๊กตาน่ารัก ๆ ก็มีให้เลือกซื้อเช่นกัน และนอกเหนือไปจากร้านค้าทันสมัยจากแบรนด์ต่าง ๆ แล้วที่ชินไซบาชิยังมี Shopping Arcade ที่เอาร้านค้าเล็ก ๆ มารวมไว้ภายใต้หลังคาเดียวกันมีเส้นทางยาวประมาณ 600 เมตรมีสินค้าให้เลือกสรรมากมาย อาทิ ชุดกิโมโนแบบดั้งเดิม,อัญมณีเครื่องประดับและร้านหนังสือ เป็นแหล่งที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าชื่อดังและร้านค้ามากมายให้ท่านได้ช้อปปิ้งได้จุใจ
เย็น อิสระรับประทานอาหารเย็นตามอัธยาศัย
ที่พัก OSAKA HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 5

เกียวโต – วัดคิโยมิสุ – ถนนกาน้ำชา – ศาลเจ้าเฮอัน – กิจกรรมชงชา และศูนย์จำหน่ายสินค้าคุณภาพ - โอซาก้า - ช้อปปิ้งชินเซไก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม (มื้อที่ 8)

เดินทางสู่ เมืองเกียวโต (Kyoto) ซึ่งในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น และยาวนานที่สุด คือตั้งแต่ปี ค.ศ. 794 จนถึง 1868 ร่วม ๆ 1,100 ปีเลยทีเดียว เมืองเกียวโตจึงเป็นเมืองที่มีสถานที่สำคัญ ๆ ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดังเดิมของญี่ปุ่น

นำท่านชม วัดคิโยมิสุ (Kiyomizu) หรือ วัดน้ำใส เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในญี่ปุ่น เนื่องจากวัดนี้มีสถาปัตยกรรมโบราณที่งดงามชวนตะลึงจนยูเนสโกได้บันทึกให้วัดแห่งนี้ขึ้นเป็นมรดกโลก (UNESCO world heritage sites) ซึ่งที่มาของชื่อวัดน้ำใสก็มาจากการที่วัดแห่งนี้นั้นได้ถูกสร้างขึ้นปี ค.ศ. 780 แล้วได้มีน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ไหลผ่านตัววัด จุดที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่ คือ อาคารไม้ขนาดใหญ่ที่การสร้างทั้งหมดนี้ไม่มีการใช้ตะปูใด ๆ ทั้งสิ้น ถือว่าเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณที่ยอดเยี่ยม และโถงอาคารถูกสร้างให้ยื่นออกไปภายนอกทำให้บริเวณนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นเมืองเกียวโตในฤดูต่าง ๆ และเป็นจุดชมซากุระและชมใบไม้แดงที่ขึ้นชื่อของเกียวโตอีกด้วย จากนั้นช้อปปิ้ง ณ ถนนกาน้ำชา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางเข้าวัดคิโยมิสึ ร้านค้าต่างๆ ได้ตกแต่งเลียนแบบสมัยเฮอัน ซึ่งมีสินค้าพื้นเมืองนานาชนิด เช่น รองเท้าโซริ(รองเท้าเกี๊ยะแบบญี่ปุ่น)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 9)

นำท่านสู่ ศาลเจ้าเฮอัน เป็นศาลเจ้าที่ถูกสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบปี 1100 ของเมืองเกียวโตเมื่อร้อยกว่าปีก่อน โดยจุดไฮไลท์ของที่นี่ คือ ประตูโทริอิยักษ์สีแดงที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของวัดที่สามารถเห็นแต่ไกล ศาลเจ้าแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ระลึกถึงจักรพรรดิคามมุ และจักรพรรดิ์โคเมอิที่เป็นจักรพรรดิองค์แรกและองค์สุดท้ายของเกียวโต นอกจากนี้ตัวศาลเจ้าเองก็มีดีไม่แพ้จุดอื่น ๆ เช่นกัน โดยเฉพาะสถาปัตยกรรม ตัวอาคารหลัก ๆ นั้นมีต้นแบบมาจากพระราชวังสมัยยุคเฮอัน บริเวณสวนที่รายรอบวัดนั้นก็แลดูร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์เน้นการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม

นำท่านร่วมทำ กิจกรรมชงชา โดยการชงชาตามแบบญี่ปุ่นนั้น มีขั้นตอนมากมาย เริ่มตั้งแต่การชงชา การจับถ้วยชา และการดื่มชา ทุกขั้นตอนนั้นล้วนมีขั้นตอนที่มีรายละเอียดที่ประณีตและสวยงามเป็นอย่างมาก และท่านยังมีโอกาสได้ลองชงชาด้วยตัวท่านเองอีกด้วย ซึ่งก่อนกลับให้ท่านอิสระเลือกซื้อของที่ฝากของที่ระลึกตามอัธยาศัย

ท่านช้อปปิ้ง ย่านชินเซไก (Shinsekai) ซึ่งชื่อนี้มีความหมายว่า “โลกใหม่” เป็นหนึ่งในย่านแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในเมืองโอซาก้า ย่านนี้เป็นเมืองเก่าที่มีบรรยากาศแบบย้อนยุคสไตล์เรโทร โดยเป็นแหล่งรวมร้านอาหารขึ้นชื่อของโอซาก้า ที่นี่ท่านจะพบกับหุ่นคล้ายลิงนั่งยิ้มอยู่ตามมุมต่าง ๆ ซึ่งนั่นก็คือบิลลิเคน (Billikan) หรือเทพแห่งโชคลาภที่เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของย่านนี้อีกด้วย
เย็น อิสระรับประทานอาหารเย็นตามอัธยาศัย
ที่พัก OSAKA HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 6

ปราสาทโอซาก้า(ด้านนอก) – นารา – วัดโทไดจิ – ริงค์กุ พรีเมียม เอาท์เล็ท – อิออน มอล์ – สนามบินคันไซ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม (มื้อที่ 10)

นำท่านชม ด้านนอก ของ ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมือง สัมผัสความยิ่งใหญ่ของยุคสมัยที่โชกุนโตโยโตมิ ปกครองและออกคำสั่งให้ก่อสร้างปราสาทแห่งนี้นับเป็นแลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของโอซาก้าที่ต้องมาเยือนสักครั้ง

อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านสู่ เมืองนารา (Nara) อดีตเมืองหลวงเก่าของชาวญี่ปุ่น ที่ตั้งขึ้นมาในปี 710 และได้รับอิทธิพลของศาสนาพุทธอย่างเต็มที่ จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ยังคงมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย รวมไปถึงวัดวาอารามที่เก่าแก่ที่สุดอีกด้วย

เดินทางสู่ วัดโทไดจิ (Todaiji) หลวงพ่อโตแห่งเมืองนารา หรือ ไดบุทสึ ในวิหารไม้ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนเข้าตัววัดจะมีซุ้มประตูไม้ขนาดใหญ่ ที่สร้างด้วยไม้ซุงยักษ์ถึง 18 ต้น สถาปัตยกรรมแบบจีนสมัยราชวงศ์ซ่ง นับเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นอย่างมาก วัดแห่งนี้นั้นถูก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 752 ด้านในวิหารหลักมีเสาไม้ต้นหนึ่งที่ ที่มีความยาวรอบเสาขนาดเท่ากับรูจมูกของหลวงพ่อโต และฐานของเสาไม้จะมีช่องเล็กๆที่คนนิยมมาลอดผ่านช่องเสานี้ เพราะเชื่อว่าจะมีสุขภาพแข็งแรง ข้างวิหารยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปไม้ นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมี หอระฆังที่มีน้ำหนัก 26.3 ตันมีมีอายุใกล้เคียงกับวัด และยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวมรวมสัมบัติสำคัญของญี่ปุ่น วัดแห่งนี้ยังเป็นที่ชื่นชอบสำหรับนักท่องเที่ยวก็คือเจ้ากวางน้อยใหญ่ที่เดินขวักไขว่ไปมา ซึ่งท่านสามารถให้อาหารกวางเหล่านั้นด้วยขนมแซมเบ้ที่ทำมาสำหรับกวางโดยเฉพาะ โดยจะมีร้านที่ขายราคาก็จะอยู่ประมาณห่อละ 150 เยน

ริงค์กุ พรีเมียม เอาท์เล็ท (Rinku Premium Outlet) แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ ที่มีการออกแบบให้ดูเหมือนกับรีสอร์ทโดยได้แรงบันดาลใจมาจากเมืองท่าชาร์ลสตันอันมีประวัติศาสตร์ของอเมริกาและมีร้านค้าถึง 150 ร้านที่พร้อมให้ท่านได้เดินเข้าไปเลือกซื้อของ ทั้งสินค้าแบรนด์เนมของญี่ปุ่น หรือ ของต่างชาติ เช่น Prada , Burburry , Coach , Nike , Adidas , Dior , Hugo boss , Levi’s ฯลฯ

ช้อปปิ้งต่อที่ ห้างอิออน มอลล์ (Aeon mall) ให้ท่านได้ซื้อของฝากมากมายหลากหลายชนิด อาทิเช่น ขนมโมจิ เบนโตะ ผลไม้ตามฤดูกาล และพิเศษสุดกับร้าน 100 เยน ทีทุกอย่างในร้านราคาเพียง 100 เยน

สมควรแก่เวลาเดินทางนำท่านเดินทางสู่ สนามบินคันไซ
เย็น อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย

นำทุกท่านทำการ CHECK IN และโหลดสัมภาระ เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
วันที่ 7

โอซาก้า (สนามบินคันไซ) – กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (JL727 00.55 - 04.40)

00.55 ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ JL727
04.40 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
มื้ออาหาร
วันที่ เช้า กลางวัน ค่ำ
1
2
3
4
5
6
7
รายละเอียดและเงื่อนไข

เงื่อนไขการจอง การชำระเงิน และการยกเลิก

 การทำการจอง และ การชำระค่าบริการ

      1.1 กรุณาชำระมัดจำ ท่านละ 25,000 บาท ภายใน 36 ชม หลังจากทำการจอง พร้อมจัดส่งเอกสารการจองมายังบริษัทฯ

     กรณีลูกค้าทำการจองก่อนวันเดินทางภายใน 20 วัน ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าทัวร์เต็มจำนวน

     โดยทุกการจองจะได้รับการยืนยันสิทธิ์สำรองที่นั่ง เมื่อมีการชำระมัดจำ เท่านั้น

      1.2 กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ 25 วัน ก่อนออกเดินทาง หากไม่ชำระตามที่กำหนด ทางบริษัทฯถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ ไม่มีเงื่อนไขใดๆ และขออนุญาตให้สิทธิ์การจองแก่ลูกค้าท่านอื่นที่อยู่ลำดับถัดไป 

     1.3 เมื่อชำระเงินในแต่ละส่วนแล้ว โปรดส่งสำเนาการโอนเงิน พร้อมระบุชื่อพนักงานขายมาทางอีเมลล์ พร้อมทั้งส่งรายชื่อสำรองที่นั่ง ผู้เดินทางต้องส่งสำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) โดยเซ็นต์ชื่อพร้อมยืนยันว่า ต้องการเดินทางท่องเที่ยวทริปใด วันที่ใด ไปกับใครบ้าง, เบอร์โทร // หากไม่ส่งสำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) มาให้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหาย อันเกิดจากความผิดพลาดจากการสะกด ชื่อ-นามสกุล และอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน

**  กรุณาตรวจสอบหนังสือเดินทาง (Passport) ของผู้เดินทาง จะต้องมีอายุคงเหลือ ณ วันเดินทางไป-กลับมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป และเหลือหน้ากระดาษว่างอย่างต่ำ 2 หน้าหากไม่มั่นใจโปรดสอบถาม

**การติดต่อประสานงานกับทางบริษัท เช่น แฟกซ์  อีเมลล์ หรือจดหมาย ขอความกรุณาต้องทำในวันเวลาทำการของทาง บริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 08.30 น. – 17.30 น.เท่านั้น นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท

** กรุณาศึกษารายการทัวร์ และเงื่อนไขการให้บริการโดยละเอียด เพื่อผลประโยชน์สูงสุดในการใช้บริการของท่าน เนื่องจาก เมื่อท่านชำระเงินครบจำนวนหรือมัดจำบางส่วนแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขการบริการและข้อตกลงต่างๆที่ได้ ระบุไว้ทั้งหมดในโปรแกรมการเดินทางนั้นๆ

 

เงื่อนไขการยกเลิก

กรณีที่นักท่องเที่ยวหรือตัวแทนจำหน่ายต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง นักท่องเที่ยวหรือตัวแทนจำหน่าย(ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือ มาเซ็นเอกสารการยกเลิกที่บริษัท อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อเป็นการแจ้งยกเลิกกับทางบริษัทอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร (ทางบริษัทไม่ขอรับยกเลิกการจอง ผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ)

กรณีนักท่องเที่ยวหรือตัวแทนจำหน่าย ต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยวหรือตัวแทนจำหน่าย (ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือ มาเซ็นเอกสารการขอรับเงินคืนที่บริษัท อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อทำเรื่องขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการ ตาม ประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดอัตราการจ่ายเงินค่าบริการคืนให้แก่นักท่องเที่ยว พ.. 2563” ดังนี้

4.1 ยกเลิก ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการเดินทาง (ไม่นับวันเดินทาง) คืนเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ หลังจากหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเพื่อการเตรียมการนำเที่ยว ทั้งหมด เช่น ค่ามัดจำตั๋วเครื่อง ค่าบริการแลนด์ ต่างประเทศ เป็นต้น”

4.2 ยกเลิก ไม่น้อยกว่า 15-29 วันก่อนเดินทาง (ไม่นับวันเดินทาง) คืนเงินร้อยละ 50 ของค่าทัวร์ทั้งหมด ยกเว้น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเพื่อการเตรียมการนำเที่ยว ทั้งหมด เช่น ค่ามัดจำตั๋วเครื่อง ค่าบริการแลนด์ ต่างประเทศ เป็นต้น”

4.3 ยกเลิก น้อยกว่า 15 วันก่อนการเดินทาง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ ไม่คืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด

** การจ่ายเงินคืนแก่นักท่องเที่ยวตามข้อกำหนดด้านบน ซึ่งมีการหักเงินในบางส่วนนั้น เนื่องจากทางบริษัทมีค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงเพื่อการเตรียมการจัดนำเที่ยวไปแล้ว เช่น การมัดจำที่นั่งบัตรโดยสารเครื่องบิน  การจองที่พัก  และ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ  เป็นต้น **

4.4 การยกเลิกเดินทางกับกรุ๊ปที่ออกเดินทางช่วงเทศกาลวันหยุด เช่น ปีใหม่, สงกรานต์ เป็นต้น บางสายการบินมีการการันตีมัดจำที่นั่งกับสายการบินและค่ามัดจำที่พัก รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ เช่น CHARTER FLIGHT จะไม่มีการคืนเงินมัดจำ หรือ ค่าทัวร์ทั้งหมดที่ชำระแล้ว ไม่ว่ายกเลิกด้วยกรณีใดๆ

***ในกรณี มีเหตุให้ต้องยกเลิกการเดินทางที่บริษัทได้โฆษณาไว้  ซึ่งมิใช่ความผิดของบริษัทเอง  ทางบริษัทยินดีคืนเงินค่าบริการตามที่ลูกค้าได้ชำระมาแล้ว เต็มจำนวน โดยต้องมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนการเดินทาง โปรดอ่านข้อความให้ถี่ถ้วนก่อนการจองทัวร์ทุกครั้ง เพื่อประโยชน์แก่ตัวท่านเอง  ***

4.5 กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งกรุงเทพฯ และในต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือ เข้าประเทศที่ระบุ ไว้ในรายการเดินทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าทัวร์ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

** สำคัญ!! บริษัททำธุรกิจเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่สนับสนุนให้ลูกค้าเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นโดยผิดกฎหมายและในขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง ทั้งไทยและญี่ปุ่น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางมัคคุเทศก์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆได้ทั้งสิ้น **

4.6 เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

เงื่อนไขอื่น ๆ

หมายเหตุ

1. จำนวนผู้ เดินทางต้องมีขั้นต่ำ 10 ท่าน ขึ้นไปต่อกรุ๊ป มิฉะนั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทางและเลื่อนการเดินทางไปในวันอื่นต่อไป โดยทางบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า นอกจากผู้เดินทางทุกท่านยินดีที่จะชำระค่าบริการเพิ่มเพื่อให้คณะเดินทางได้ ทางเรายินดีที่จะประสานงานในการเดินทางตามประสงค์ให้ท่านต่อไป

2. ขอสงวนสิทธิ์การเก็บค่าน้ำมันและภาษีสนามบินทุกแห่งเพิ่ม หากสายการบินมีการปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง

3. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเที่ยวบิน โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอันเนื่องจากสาเหตุต่างๆ

4. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อการจลาจล, ภัยธรรมชาติ, โรคระบาด, การนำสิ่งของผิดกฎหมาย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ

5. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่านอันเกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง

6.เมื่อท่านตกลงชำระเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด

7. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศ การเมือง สายการบิน และราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุล (เยน) โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

8. อัตราค่าบริการนี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคา ดังนั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีเชื้อเพลิง ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินฯลฯ
9. การบริการของรถบัสนำเที่ยวญี่ปุ่น ตามกฏหมายประเทศญี่ปุ่น สามารถให้บริการวันละ 10 ชั่วโมง มิอาจเพิ่มเวลาได้ โดยมัคคุเทศก์และคนขับจะเป็นผู้บริหารเวลาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรในวันเดินทางนั้นๆ เป็นหลัก จึงขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนเวลาท่องเที่ยวตามสถานที่ในโปรแกรมการเดินทาง  อีกทั้งโปรแกรมอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสภาพอากาศและฤดูกาลทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ

10. มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัท เว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มี อำนาจของบริษัทกำกับเท่านั้น

 

รายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทย

จากมาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทย ผู้ที่ประสงค์จะพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือธุรกิจ และอาจจะมีการถูกตรวจสอบเอกสารในขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเป็นการยืนยันว่ามีคุณสมบัติในการเข้า ประเทศญี่ปุ่น

** เอกสารที่อาจจะต้องใช้ในการพิจารณาการอนุญาตให้เข้าประเทศ **

  1. ตั๋วเครื่องบินขาออก จากประเทศญี่ปุ่น
  2. เอกสารชื่อโรงแรมที่พักตลอดการเดินทาง (ทั้ง 2 อย่าง ทางบริษัทจะเป็นผู้จัดเตรียมให้กับลูกค้า แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกองตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่น อีกครั้ง)
  3. สิ่งที่ยืนยันว่าท่านสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่น (เช่น เงินสด บัตรเครดิต เป็นต้น)
  4. ชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่น (เช่น คน รู้จัก โรงแรม และอื่นๆ) และกำหนดการเดินทางระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่น

 

คุณสมบัติการเข้าประเทศญี่ปุ่น (สำหรับกรณีการเข้าประเทศญี่ปุ่นตามมาตรการยกเว้นวีซ่า)

  1. หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังมีอายุการใช้งานเหลืออยู่ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับถึงวันเดินทางกลับ
  2. กิจกรรมใดๆ ที่จะกระทำในประเทศญี่ปุ่นจะต้องไม่เป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย และเข้าข่ายคุณสมบัติเพื่อการพำนักระยะสั้น
  3. ในขั้นตอนการขอเข้าประเทศ จะต้องระบุระยะเวลาการพำนักไม่เกิน 15 วัน
  4. เป็นผู้ที่ไม่มีประวัติการถูกส่งตัวกลับจากประเทศญี่ปุ่น หรือมิได้อยู่ในระยะเวลาของการถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ

และไม่เข้าข่ายคุณสมบัติที่อาจจะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ

 

ข้อแนะนำก่อนการเดินทาง

  1. กรุณาแยกของเหลว เจล สเปรย์ ที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น และรวมกันทุกชิ้นไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร โดยแยกใส่ถุงพลาสติกใสซึ่งมีซิปล็อคปิดสนิท และสามารถนำออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้อย่างสะดวก ณ จุดเอ็กซ์เรย์ อนุญาตให้ถือได้ท่านละ 1 ใบเท่านั้น ถ้าสิ่งของดังกล่าวมีขนาดบรรจุภัณฑ์มากกว่าที่กำหนดจะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่ และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  2. สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับอาวุธ เช่น กรรไกรตัดเล็บ มีดพก แหนบ อุปกรณ์กีฬาฯ จะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  3. ประเทศญี่ปุ่น มีกฎหมายห้ามนำผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพืช และเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้าประเทศ เช่น ผัก ผลไม้สด ไข่ เนื้อสัตว์ ไส้กรอกฯ เพื่อเป็นการป้องกันโรคติดต่อที่จะมาจากสิ่งเหล่านี้ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ จะต้องเสียค่าปรับในอัตราที่สูงมาก