สวยสะพรึง อึ้งทุกแลนด์มาร์ก อิตาลี – สวิตเซอร์แลนด์ – ฝรั่งเศส 10 วัน 7 คืน โดยสายการบิน EMIRATES (EK)

โรม – นครวาติกัน – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ –โคลอสเซี่ยม – น้ำพุเทรวี่ - เซียน่า - จัตุรัสเดล คัมโป - ปิซ่า - จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี - ชมหอเอนปิซ่า - นั่งรถไฟเข้าสู่ ชิงเกว แตร์เร - หมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ - หมู่บ้านมานาโรล่า - หมู่บ้านเวอร์นาซซา - ปาร์มา – มิลาน – มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน  - ชอปปิงแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล – ลูเซิร์น - สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล - ซูริค – ซุก - ร้านช่างทองโบราณ - ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขาทิสลิส - ถ้ำน้ำแข็ง - สะพานแขวนบนหน้าผา - ดิจอง  - ปารีส – พระราชวังฟงแตนโบล – เข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ - ชอปปิงแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์  – ประตูชัยนโปเลียน – หอไอเฟล - ล่องเรือแม่น้ำแซนพร้อมรับประทานอาหารกลางวัน – มหาวิหารนอเทรอดาม - ชอปปิง la vallee outlet - มงมาร์ต - ขึ้นรถรางชมวิวปารีส - วิหารสเกรเกอร์ - พิพิธภัณฑ์ลูฟท์ - ชอปปิงห้างลา ซามาริแตง
  • ทัวร์ : Switzerland [สวิตเซอร์แลนด์] France [ฝรั่งเศส] Italy [อิตาลี] Europe [ยุโรป]
  • เที่ยวเมือง : Paris (ปารีส) Milan (มิลาน) Parma (ปาร์มา) Pisa (ปิซา) Siena (ซีนา) Zurich (ซูริค) Lucerne (ลูเซิร์น) Dijon (ดีฌง) Rome (โรม) Zug (ซูก)
  • Product : Go365Travel
  • Operation : อัยรีณ (ปุย)
  • รหัสโปรแกรม : T15327
  • Code : GO3FCO-EK021
  • ประเภททัวร์ : ทัวร์ต่างประเทศ
  • ระยะเวลา : 10 วัน 7 คืน
ราคาเริ่มต้นที่
ไฮไลท์ทัวร์ Highlight
โรม – นครวาติกัน – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ –โคลอสเซี่ยม – น้ำพุเทรวี่ - เซียน่า - จัตุรัสเดล คัมโป - ปิซ่า - จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี - ชมหอเอนปิซ่า - นั่งรถไฟเข้าสู่ ชิงเกว แตร์เร - หมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ - หมู่บ้านมานาโรล่า - หมู่บ้านเวอร์นาซซา - ปาร์มา – มิลาน – มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน - ชอปปิงแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล – ลูเซิร์น - สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล - ซูริค – ซุก - ร้านช่างทองโบราณ - ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขาทิสลิส - ถ้ำน้ำแข็ง - สะพานแขวนบนหน้าผา - ดิจอง - ปารีส – พระราชวังฟงแตนโบล – เข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ - ชอปปิงแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ – ประตูชัยนโปเลียน – หอไอเฟล - ล่องเรือแม่น้ำแซนพร้อมรับประทานอาหารกลางวัน – มหาวิหารนอเทรอดาม - ชอปปิง la vallee outlet - มงมาร์ต - ขึ้นรถรางชมวิวปารีส - วิหารสเกรเกอร์ - พิพิธภัณฑ์ลูฟท์ - ชอปปิงห้างลา ซามาริแตง
ระยะเวลาเดินทาง
ราคาเริ่มต้น
สถานะ

04 - 13 เม.ย. 69 (ส-จ)

99,900

24 เม.ย. - 03 พ.ค. 69 (ศ-อา)

95,900

25 เม.ย. - 04 พ.ค. 69 (ส-จ)

95,900

30 เม.ย. - 09 พ.ค. 69 (พฤ-ส)

95,900
รายละเอียดโปรแกรม
วันที่ 1

สนามบินสุวรรณภูมิ

23.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 บริเวณประตูทางเข้าหมายเลข 8 สายการบิน Emirates ROW T เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
วันที่ 2

สนามบินดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) – สนามบินฟูมิชิโน - โรม – วาติกัน – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ – โคลอสเซี่ยม – น้ำพุเทรวี่ (อิตาลี)

02.00 น. ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK377
06.00 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้ท่านรอเปลี่ยนเครื่อง
08.55 น. ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบิน EK097
12.40 น. ถึงสนามบินฟูมิชิโน กรุงโรม ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ในวันที่ 29 ต.ค.67 เวลาท้องถิ่นปรับช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

นำท่านเดินทางพาท่านเข้าสู่นครรัฐวาติกัน (Vatican) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้า และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด ชมมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ St. Peter’s Basilica

นำชมความยิ่งใหญ่ในอดีตและเก็บภาพสวยบริเวณรอบนอกของสถานสร้างความบันเทิงของชาวโรมันมาแต่สมัยโบราณโคลอสเซี่ยม Colosseum 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน จากนั้นผ่านชมกลุ่มโรมันฟอรัม Roman Forum อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา จากนั้นนำท่านเดินชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณน้ำพุเทรวี่ Trevi Fountain สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง สามรักในกรุงโรม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก Hampton by Hilton North Fiano Romano หรือเทียบเท่า
วันที่ 3

โรม - เซียน่า - จัตุรัสเดล คัมโป - ปิซ่า - จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี - ชมหอเอนปิซ่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซียน่า (Siena) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ.1995 นำท่านเดินเข้าสู่ตัวเมืองเก่า เพื่อชมจัตุรัสเดล คัมโป (Piazza del Campo) ที่เป็นรูปทรงคล้ายเกือกม้านับว่าเป็นจตุรัสที่มีความสวยงามมากอีกแห่งหนึ่งในอิตาลี ให้เวลาท่านชมและเดินเล่นถ่ายรูปบริเวณรอบนอกของปาลาซโซ พับบลิโค (Palazzo Pubblico) เป็นพระราชวังเก่าที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบโรมาเนสก์ ตั้งแต่ปีค.ศ.1297 และ หอระฆังมานเจีย (Torre del Mangia) ที่เป็นอีกหนึ๋งสัญลักษณ์ของเซียนา จากนั้นนำท่านชมความงดงามบริเวณภายนอกของ มหาวิหารเซียนา (Siena Cathedral) หรือ ดูโอโมดิเซียนา (Duomo di Siena) ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1215 -1263 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมกอธิค และต่อเติมด้วยศิลปะแบบเรอเนซองส์ในยุคต่อมา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เมืองเล็กๆ ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก นำท่านเข้าสู่บริเวณจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี Compo Dei Miracoli ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ Baptistry of St. John ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี, มหาวิหารดูโอโม Duomo ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่อง ชมหอเอนปิซ่า Leaning Tower of Pisa สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชา วอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก Best Western Grand Guinigi หรือเทียบเท่า
วันที่ 4

ปิซ่า - นั่งรถไฟเข้าสู่ ชิงเกว แตร์เร - หมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ - หมู่บ้านมานาโรล่า - หมู่บ้านเวอร์นาซซา - ปาร์มา

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นําท่านโดยสารรถไฟสู่ หมู่บ้านชิงเกว แตร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี ที่มีความหมายว่า “ดินแดนทั้งห้า (Five Land)” ตั้งบนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนติดทะเลบริเวณชายฝั่งแคว้นลิกูเรีย ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่ง ได้แก่ MONTEROSSO AL MARE, VERNAZZA, CORNIGLIA, MANAROLA และ RIOMAGGIORE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้ มีหุบเขาล้อมรอบ ประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้อีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินเล่นชม หมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ (Rio –Maggiore) อยู่ทางตอนใต้สุดของหมู่บ้านทั้งห้า เป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่มีเสน่ห์และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตา บ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับนํ้าทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอยซ์ อิสระให้ท่านชมความงดงามและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนําท่านสู่หมู่บ้านมานาโรล่า (Manarola) อาจได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่เล็กเป็นอันดับสอง แต่มีความเก่าแก่ที่สุดในบรรดาหมู่บ้านทั้ง 5 ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1338 มีความสวยงามที่ไม่แพ้หมู่บ้านอื่นๆ มีไวน์ท้องถิ่นที่ปลูกในพื้นที่ที่รสชาติเยี่ยมอีกด้วย นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านแวร์นาซซา (Vernazza) หมู่บ้านริมผางามที่โรแมนติกที่สุดในกลุ่ม 5 หมู่บ้านของ ชิงเคว เทเรอิตาลี หมู่บ้านนี้เป็นที่หมู่บ้านที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุด บ้านเรือนมีสีสันสดใส ติดทั้งทะเลและภูเขา กิจกรรมเพียบ ไม่ว่าจะนั่งชมวิวชิลล์ ๆ เดินเล่นริมหาด ล่องเรือชมธรรมชาติ ที่ขาดไม่ได้คือ ร้านค้า ร้านอาหารอิตาเลี่ยนอร่อยๆ บาร์เก๋ๆ คือเพียบมาก
เที่ยง อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

จากนั้นเดินทางสู่จากนั้นเดินทางสู่ เมืองปาร์มา (Parma) เมืองในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา โดยเมืองนี้เป็นต้นกำเนิดแฮมและพาร์เมซานชีส มีแฮมที่มีชื่อเสียงอย่างปาร์มาแฮม (Parma Ham) ซึ่งโดดเด่นด้วยลักษณะพิเศษ คือ มีกลิ่นหอม รสชาติเค็มและออกหวานนิดๆ ทำมาจากขาหมู ที่นำไปบ่มไว้ในถ้ำ ซึ่งมีอากาศเย็น นานถึง 6 เดือน หรือนานแรมปี อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งของขึ้นชื่อของเมือง เช่น ชีสพาเมซาน หรือ Parmigiano Reggiano ที่ชาวอิตาเลี่ยนนิยมทานเป็นชีสยอดนิยม รวมทั้งแฮมหลากหลายชนิด
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (ปาร์มาแฮม)
ที่พัก Daytona Business หรือเทียบเท่า
วันที่ 5

ปาร์ม่า – มิลาน – มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน - ชอปปิงแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล – ลูเซิร์น - สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล - ซูริค

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นเดินทางสู่เมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านชมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิงมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชม สิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชม สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน แบบสมัยใหม่ มีถนนเลียบไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโก แลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น
ค่ำ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองซูริค (Zurich)
ที่พัก Harry Home หรือระดับเทียบเท่า
วันที่ 6

ซูริค – ซุก - ร้านช่างทองโบราณ - ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขาทิสลิส - ถ้ำน้ำแข็ง - สะพานแขวนบนหน้าผา - ดิจอง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองซุก (Zug) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่สวยงามราวกับเทพนิยายตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ โดยนอกจากความสวยงามของทัศนียภาพแล้ว เมืองนี้ยังมีอัตราการเก็บภาษีที่ค่อนข้างต่ำจึงถือเป็นที่ตากอากาศที่นิยมของเหล่าเศรษฐี คนดังสำคัญระดับโลกมากมายมาเยือน ท่านอาจจะเห็นซูเปอร์คาร์จอดเรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย นำท่านชมเมืองชมหอนาฬิกาเมืองซุก (Clock Tower) แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยความสูงของหอถึง 52 เมตรและความโดดเด่น ของหลังคาซึ่งเป็นสีน้ำเงินขาวโดนเด่นตัดกับสีหลังคาสีน้ำตาลของบ้านเมืองสวยงามอย่างยิ่ง มีเวลาให้ท่านเดินขึ้นบันไดสู่จุดชมวิวด้านบนของหอนาฬิกา ที่ท่านจะสามารถเห็นวิวที่สวยงามโดยรอบของเมืองซุก นำท่านเข้าชมร้านทำทองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป (The Oldest house of goldsmiths in Europe) ของครอบครัว Lohri เปิดทำการตั้งแต่สมัยศัตวรรตที่ 16 ภายในตัวอาคารมีการตกแต่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยจักวรรดินโปเลียน มีซุ้มประตูและเสาโรมัน มีรูปปั้นและจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยการวาดลายหินอ่อนด้วยมือ ในปี 1971 ได้เปิดร้านนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายาก และบางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก มีเวลาให้ท่านเดินชื่นชมอาคาร งานศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายากแล้ว ในส่วนของ Lohri Store ยังมีนาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier , Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC , Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ

นำท่านเดินทางสู่เมืองแองเกิลเบิร์ก Engelberg เพื่อขึ้นกระเช้าลอยฟ้าทันสมัยระบบใหม่ล่าสุดหมุน 360 องศา รอบตัวเอง ชมทัศนียภาพอันตระการตาได้รอบทิศทางตามเส้นทางขึ้นสู่ ยอดเขาทิตลิส (Titlis)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนยอดเขา
บ่าย เข้าชม ถ้ำน้ำแข็ง (Ice Grotto) ที่ไม่เคยละลาย เชิญเพลิดเพลินสนุกสนานกับการเล่นหิมะบนลานสกี สุดแสนประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ชมทิวทัศน์ของยอดเขาต่างๆ ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะอันขาวโพลนสร้างความงดงามให้กับขุนเขาเป็นอันมาก ให้เวลาท่านเดินข้าม "The Titlis Cliff Walk" สะพานแขวนที่ตั้งอยู่สูงที่สุดของทวีปยุโรป ที่ความสูง 3,041 เมตรจากระดับน้ำทะเล สะพานมีความยาว 100 เมตร ท่านจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ อันสวยงามแบบกว้างไกลสุดสายตา (สะพานแขวนอาจจะปิด ในกรณีถ้าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย

นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศฝรั่งเศส โดยผ่านเข้าไปยังเมืองเมืองดิจอง (Dijon) ประเทศฝรั่งเศส อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี ผ่านทุ่งราบอันกว้างใหญ่แหล่งผลิตมัสตาร์ดชื่อดัง อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ชั้นเลิศอีกด้วย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง) ผ่านชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรเนสซองส์ โบสถ์และวิหารเก่าแก่ในสมัยยุคกลาง ซึ่งมีจุดเด่นคือ การมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดงสดจัดเรียงเป็นลวดลายงดงาม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก Ibis Styles Dijon Nord Valmy หรือเทียบเท่า
วันที่ 7

ดิจอง - ปารีส – พระราชวังฟงแตนโบล – เข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ - ชอปปิงแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางแวะถ่ายรูปจากภายนอกที่ พระราชวังฟงแตนโบล (Fontainebleau Palace) พระราชวังหลวงที่ใหญ่ที่สุดพระราชวังหนึ่งของฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1981 พระราชวังแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าแปดร้อยปี โดยเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ยุคกลาง และมีการบูรณะปรับปรุงตกแต่งโดยกษัตริย์ของฝรั่งเศสอีกหลายพระองค์ ทำให้พระราชวังมีลักษณะของศิลปะที่หลากหลายแต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคเรอแนสซองส์

นำท่านเดินทางสู่เมืองแวร์ซายส์ เพื่อนำเข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ Versailles Palace อันยิ่งใหญ่ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยายในพระราชวัง) ที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการ ทั้งจิตรกรรมฝาผนัง รูปปั้น รูปแกะสลักและเครื่องเรือน ซึ่งเป็นการใช้เงินอย่างมหาศาล พาท่านชมห้องต่างๆของพระราชวัง เช่น โบสถ์หลวงประจำพระราชวัง,ท้องพระโรงที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง, ห้องอพอลโล, ห้องเมอคิวรี่, ห้องกระจก (Hall of Mirror) ที่มี ความยาวถึง 73 เมตร ซึ่งเป็นห้องที่พระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตไทยสมัยพระนารายณ์มหาราชเคยเข้าถวายสาส์นต่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นห้องที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงและ เต้นรำของพระนางมารี อังตัวแนตต์ มเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, ชมห้องบรรทมพระราชินีที่ตกแต่งอย่างงดงาม, ภาพเขียนปราบดาภิเษกของจักรพรรดินโปเลียนที่ยิ่งใหญ่
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย จากนั้นพาท่านสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักชอปปิงจากทั่วทุกมุมโลกในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุงปารีสที่แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ Galleries Lafayette หรือท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าของสวิสจากร้าน Bucherer ร้านดังของสวิส ที่มีสาขาเปิดอยู่ใจกลางกรุงปารีส โดยมีสินค้ามากมาย อาทิเช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น
เย็น อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ที่พัก Mercure La Defense หรือเทียบเท่า
วันที่ 8

ปารีส – ประตูชัยนโปเลียน – หอไอเฟล - ล่องเรือแม่น้ำแซนพร้อมรับประทานอาหารกลางวัน – มหาวิหารนอเทรอดาม - ชอปปิง la vallee outlet

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ มหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีมนต์เสน่ห์อันเหลือล้น ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนมากที่สุด ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแลวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก ที่ทรงด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นำเที่ยวชมความงดงามของมหานครปารีส ผ่านชมความสวยงามของแม่น้ำแซนที่ตัดผ่านใจกลางกรุงปารีส ข้ามสะพานสู่ เกาะเดอ ลา ซิเต้ กลางแม่น้ำแซน ผ่านลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวเนต ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส แล้วผ่านเข้าสู่ถนนสายโรแมนติก ชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees) ซึ่งทอดยาวจากจัตุรัสคองคอร์ดตรงสู่ประตูชัยนโปเลียน นำชมและถ่ายรูปคู่กับประตูชัยนโปเลียน (Arc de Triomphe) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนในศึกเอาส์เตอร์ลิทซ์ในปี ค.ศ.1805 โดยเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1806 แต่มาแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1836 แล้วจากนั้นนำถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับหอไอเฟล (Tour Eiffel) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีสด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1889 ที่บริเวณจัตุรัสทรอคคาเดโร่

นำท่าน ล่องเรือแม่น้ำแซน ไปตามแม่น้ำแซน ที่ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคของอาคารต่างๆ ตลอดสองฝั่งแม่น้ำนับว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจโดยเรือจะล่องผ่านมหาวิหารนอเตรอดามแห่งปารีส Notre-dame de Paris อายุกว่า 800 ปี เป็นมหาวิหารสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่งามเลิศ โดดเด่นด้วยหอคอยคู่หน้าทรงเหลี่ยมและยอดปลายแหลมบนหลังคาวิหารสูงจากระดับพื้นดินถึง 96 เมตร เป็นสถานที่ประกอบพิธีอภิเษกสมรสระหว่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กับพระนางมารี อังตัวแนตต์ และยังเป็นจุดกิโลเมตรที่ศูนย์ของประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บนเรือพร้อมชมวิวกรุงปารีสอันแสนโรแมนติค
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ La Vallee Village Outlet เอ๊าท์เล็ตขนาดใหญ่ทีมีสินค้าแบรนด์เนมให้เลือกมากมายอาทิ เช่น Coach, Calvin Klein, Amani, Burberry, Fred Perry, Versace, Diesel, Givenchy, Jimmy Choo, Longchamp, Michael Kors, Roberto Cavalli, Samsonite, Polo Ralph Lauren, Ted Baker, Superdry, Valentino, Salvatore Ferragamo, Hugo Boss และอื่นๆอีกมากมาย อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
เย็น อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ที่พัก Mercure La Defense หรือเทียบเท่า
วันที่ 9

มงมาร์ต - ขึ้นรถรางชมวิวปารีส - วิหารสเกรเกอร์ - พิพิธภัณฑ์ลูฟท์ - ชอปปิงห้างลา ซามาริแตง – สนามบินชาร์ลเดอโกลล์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ย่านมงมาร์ต (Montmartre) ซึ่งเป็นย่านศิลปินมากว่า 200 ปีแล้ว สัมผัสกับมนต์เสน่ห์และกลิ่นอายของวันวานที่ศิลปะในฝรั่งเศสรุ่งเรืองถึงขีดสุด นำท่านขึ้นรถราง (Funicular) สู่จุดชมวิวสวยของนครปารีสจากบริเวณยอดเนินเขาของวิหารสเกรเกอร์ (Basilica of Sacre Coeur) วิหารสีขาวที่เป็นสัญญาลักษณ์อันโดดเด่นของปารีส จากนั้นให้เวลาท่านเดินชมเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าของที่ระลึก, ร้านกาแฟที่มีอยู่มากมาย หรือ ชมเหล่าศิลปินที่มาวาดรูปอยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้น

นำท่านถ่ายรูปคู่กับพิพิธภัณฑ์ลูฟท์ Louvre Museum พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ทางศิลปะที่มีชื่อเสียงและยังมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ในอดีตที่นี่เคยเป็นพระราชวังหลวงของราชวงศ์กาเปเซียง ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นที่จัดแสดงผลงานกว่า 35,000 ชิ้น ในพื้นที่กว่า 60,600 ตารางเมตร และมีผู้เข้าเยี่ยมชมมากถึง 9.7 ล้านคนต่อปี และที่นี่ยังเป็นที่จัดแสดงของภาพวาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ภาพโมนาลิซา (Monalisa) ของเลโอนาร์โด ดาวินชี ศิลปินผู้มีชื่อเสียงชาวอิตาลี อีกด้วย และนำท่านตามรอยซีรี่ย์ดังEmily in Paris ที่ Palais Royal อีกหนึ่งแลนด์มาร์กจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปแท่งสีดำสลับขาวที่ไล่ระดับความสูงโดยนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปนั่งหรือยืนถ่ายรูปได้ และให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมได้ที่ร้านค้าปลอดภาษี จากนั้นพาท่านสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักช้อปปิ้ง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง ด้วยเมนูยอดนิยมของฝรั่งเศสหอยเอสคาร์โก
บ่าย นำท่านเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลกอย่าง ลา ซามาริแตง La Samaritaine ที่ก่อตั้งในปี 1870 โดย Ernest Cognacq และ Marie-Louise Jaÿ โดยสถาปนิกผู้ออกแบบคือ Frantz Jourdain โดยเป็นอาคารเก่าแก่คลาสสิกที่ถูกขึ้นทะเบียน Monument Historique ให้เป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1990 พบกับความหรูหร่าโดดเด่นทั้งภายนอก และ ภายในอาคารของห้างด้วยศิลปะหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภาพวาดฝาผนัง , แผงประดับอาคารที่แสนวิจิตร มีเสน่ห์เฉพาะตัว มีการผสมผสานระหว่างศิลปะอาร์ตนูโว (Art Nouveau) กับอาร์ตเดโค (Art Déco) ได้อย่างลงตัว และภายในอาคารยังมีโครงสร้างเหล็กอันมีเอกลักษณ์ที่ถอดแบบลักษณะมาจากหอไอเฟล ซึ่งห้างได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2021 ที่ผ่านมา และกลายเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ ที่เน้นย้ำถึงเสน่ห์ของปารีส มีร้านค้าระดับพรีเมียม อาหาร และงานศิลปะ รวมแล้วกว่า 600 แบรนด์ มีนิทรรศการที่จะสลับหมุนเวียนให้ได้ชมตลอด
17.30 น. ได้เวลาอันสมควรนำเดินทางสู่สนามบินเพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำการคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
21.55 น. เดินทางออกจากสนามบินชาร์ลเดอโกลล์ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK076
วันที่ 10

สนามบินดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) – สนามบินสุวรรณภูมิ

06.35 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้ท่านรอเปลี่ยนเครื่อง
09.30 น. ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบิน EK372
18.40 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ.
มื้ออาหาร
วันที่ เช้า กลางวัน ค่ำ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
รายละเอียดและเงื่อนไข

1. กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า 6,900 บาท (ค่ามัดจำ + ค่าวีซ่า)

** กรณียื่นวีซ่า (อิตาลี) ที่ศูนย์ยื่นวีซ่าเชียงใหม่ หรือ ศูนย์ยื่นวีซ่าภูเก็ต มัดจำ ท่านละ 40,000 + 6,900 บาท

*** ในกรณีที่ต้องการให้บริษัทยื่นวีซ่าให้ ค่าวีซ่าจะต้องชำระเข้ามาพร้อมค่ามัดจำ***

**** ข้อมูล ณ วันที่ 7 มกราคม 2569 ****

2.   ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า

ภายใน  3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ

3.      เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที

4.      หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

5.      การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่

6.      หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็กผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกใน  การเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

1.         ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด (Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)

2.         ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ

3.         ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ

4.         ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า

5.         ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ

6.         ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ

7.         ค่าประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ความคุ้มครองเป็นตามกรมธรรม์ประกันภัย)

8.         ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (เฉพาะค่าบริการ)

1.         ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง

2.         ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษค่าโทรศัพท์ค่าซักรีดค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัวค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น

3.         ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา

4.         ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง

5.         ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น (อิตาลี) รวมค่าบริการยื่นวีซ่า (6,900.-บาท)

6.         ค่าทิปพนักงานขับรถและไกด์ท้องถิ่น  (18 ยูโร /ต่อท่าน)

7.         ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย ( 30 ยูโร /ต่อท่าน)

GO3FCO7NCDGEK260404A-1 เดินทางวันที่ 04 เมษายน 2569 - 13 เมษายน 2569
เส้นทาง วันที่ เวลา สายการบิน ไฟท์บิน
BKK - DXB 2026-04-05 - 2026-04-05 03:15 - 06:50 avatar-img EK371
DXB - FCO 2026-04-05 - 2026-04-05 09:10 - 13:25 avatar-img EK97
CDG - DXB 2026-04-12 - 2026-04-13 21:55 - 06:40 avatar-img EK76
DXB - BKK 2026-04-13 - 2026-04-13 09:40 - 19:05 avatar-img EK372
GO3FCO7NCDGEK260421A-1 เดินทางวันที่ 24 เมษายน 2569 - 03 พฤษภาคม 2569
เส้นทาง วันที่ เวลา สายการบิน ไฟท์บิน
BKK - DXB 2026-04-25 - 2026-04-25 02:15 - 06:00 avatar-img EK377
DXB - FCO 2026-04-25 - 2026-04-25 09:10 - 13:25 avatar-img EK97
CDG - DXB 2026-05-02 - 2026-05-03 21:55 - 06:40 avatar-img EK76
DXB - BKK 2026-05-03 - 2026-05-03 09:00 - 18:20 avatar-img EK370
GO3FCO7NCDGEK260425A-1 เดินทางวันที่ 25 เมษายน 2569 - 04 พฤษภาคม 2569
เส้นทาง วันที่ เวลา สายการบิน ไฟท์บิน
BKK - DXB 2026-04-26 - 2026-04-26 02:15 - 06:00 avatar-img EK377
DXB - FCO 2026-04-26 - 2026-04-26 09:10 - 13:25 avatar-img EK97
CDG - DXB 2026-05-03 - 2026-05-04 21:55 - 06:40 avatar-img EK76
DXB - BKK 2026-05-04 - 2026-05-04 09:00 - 18:20 avatar-img EK370
GO3FCO7NCDGEK260430A-1 เดินทางวันที่ 30 เมษายน 2569 - 09 พฤษภาคม 2569
เส้นทาง วันที่ เวลา สายการบิน ไฟท์บิน
BKK - DXB 2026-05-01 - 2026-05-01 02:15 - 06:00 avatar-img EK377
DXB - FCO 2026-05-01 - 2026-05-01 09:10 - 13:25 avatar-img EK97
CDG - DXB 2026-05-08 - 2026-05-09 21:55 - 06:40 avatar-img EK76
DXB - BKK 2026-05-09 - 2026-05-09 09:00 - 18:20 avatar-img EK370