สวย สมมง ลงเรือนั่งรถไฟสุดฟิน สวิตเซอร์แลนด์ - เยอรมนี - ออสเตรีย - อิตาลี 9 วัน 6 คืน โดยสายการบินไทย (TG)
- ทัวร์ : Austria [ออสเตรีย] Switzerland [สวิตเซอร์แลนด์] Germany [เยอรมนี] Italy [อิตาลี] Europe [ยุโรป]
- เที่ยวเมือง : Munich (มิวนิค) Verona (เวโรนา) Zurich (ซูริค) Innsbruck (อินส์บรุค) Lucerne (ลูเซิร์น) Zug (ซูก)
- Product : Go365Travel
- Operation : พัชรา (พัช)
- รหัสโปรแกรม : T15732
- Code : GO3ZRH-TG035
- ประเภททัวร์ : ทัวร์ต่างประเทศ
- ระยะเวลา : 9 วัน 6 คืน
สนามบินซูริค – วาดุซ - ลินเดา – มิวนิค - จัตุรัสมาเรียนพลาสท์– ปราสาทนอยชวานสไตน์ – อินส์บรูก – หลังคาทองคำ - มื้อค่ำพร้อมไทโรลเลียน โชว์ - อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ - ทะเลสาบเบรียส - ทะเลสาบมิสุริน่า – ซานตามาดดาเลน่า – หมู่บ้านคอร์ทินา ดัมเปซโซ - คาลัลโซ ดิ คาโดเร– กระเช้าสู่ยอดเขาแอลป์ดิซุสเซ่ - ทะเลสาบคาเรซซา – เวโรน่า - เบรสเซีย – ทิราโน่ - Bernina Regional Train – ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา ดิอาโวเลซซา - เซ้นต์ มอริทซ์ - ซูริค - ลูเซิร์น – สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล - ล่องเรือทานอาหารกลางวันทะเลสาบลูเซิร์น - ซุก - หอนาฬิกาเมืองซุก - ซูริค – โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ - จัตุรัสปาราเดพลาทซ์ - สนามบินซูริค
รายละเอียดโปรแกรม
สนามบินสุวรรณภูมิ
สนามบินซูริค – วาดุซ - ลินเดา - ท่าเรือลินเดา – มิวนิค – จัตุรัสมาเรียนพลาสท์
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองลินเดา (Lindau) เมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ ตั้งอยู่บนเกาะและชายฝั่งทางตะวันออกของ ทะเลสาบคอนสแตนซ์ (Lake Constance) หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า โบเดินเซ (Bodensee) ในรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพที่สวยงามจนได้ฉายาว่า "เวนิสน้อยแห่งทะเลสาบคอนสแตนซ์" เนื่องจากมีพื้นที่ส่วนเมืองเก่าตั้งอยู่บนเกาะขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพานและทางรถไฟ ชมท่าเรือลินเดา (Lindau Harbor) เป็นแลนด์มาร์คที่โดดเด่นที่สุด ประกอบด้วย รูปปั้นสิงโตบาวาเรีย สูง 6 เมตร ตั้งตระหง่านคู่กับประภาคารใหม่ (New Lighthouse) ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทะเลสาบและเทือกเขาแอลป์ได้รอบทิศ ชมย่านเมืองเก่า (Altstadt) เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ยุคกลางและทางเดินแคบๆ ที่มีเสน่ห์ โดยมีถนนสายหลักคือ แม็กซิมิเลียนสตราเซอ (Maximilianstraße) ซึ่งเป็นย่านร้านค้า ร้านอาหาร และบ้านเรือนที่มีภาพเขียนสีบนฝาผนัง แวะถ่ายรูปกับศาลาว่าการเก่า (Altes Rathaus) อาคารที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรมพร้อมภาพเขียนสีสันสดใสที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมือง
นำท่านเดินทางสู่เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์ โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์ จากนั้นนำชมจัตุรัสมาเรียนพลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น. อิสระท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม และของฝากตามอัธยาศัย
มิวนิค – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – อินส์บรูก – หลังคาทองคำ - มื้อค่ำพร้อมไทโรลเลียน โชว์
นำท่านเดินทางสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย จากนั้นเดินทางขึ้นปราสาทเพื่อเข้าชมความสวยงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชายหงส์ขาว ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่ง *** หากคณะไม่สามารถเข้าชมปราสาทนอยชวานสไตน์ได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์คืนเงินหน้างานท่านละ 13 ยูโร และถ่ายรูปด้านนอกกับปราสาทนอยชวานสไตน์ เป็นการทดแทน ***
นำท่านเดินทางสู่เมืองอินส์บรูค (Innsbruck) เมืองหลวงของแคว้นทีโรล เมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรียตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน ซึ่งคำว่าอินส์บรูคนั้น แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอิน มีลักษณะแคบๆ แทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) นำท่านเข้าสู่เขตเมืองเก่า ประกอบไปด้วยร้านค้าต่างๆ มากมาย อาทิ ร้านขายของที่ระลึก ร้านสินค้าแบรนด์เนมและขนมต่างๆ รวมถึงงานศิลปะตกแต่งผนัง และเป็นที่ตั้งของ เสาหินเซ้นต์แอนนา (St. Anne's Column) สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาวทิโรล โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะของชาวแคว้นทิโรลที่มีต่อกองทัพบาวาเรียนและฝรั่งเศส ผู้ออกแบบอนุสาวรีย์นี้คือสถาปนิกชาวอิตาลี โดยอนุสาวรีย์นี้ได้รับการให้พรอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเฉลิมฉลองแก่ นักบุญแอนนา ฐานของอนุสาวรีย์มีรูปปั้นเทพ 4 องค์ คือ เซ้นต์แอนนา, เซ้นต์จอร์จ, เซ้นต์แคสเซียน, เซ้นต์วิกัส และบนยอดเสาคือพระแม่มารี ชมหลังคาทองคำ (Golden Roof) สัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรูค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล พร้อมพาท่านถ่ายรูปกับ ตึกแถวสีลูกกวาดหลากสีตั้งเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำอินน์ตามแนวถนน โดยมีแนวเทือกเขาสูงเป็นฉากหลังที่สวยงามน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คถ่ายรูปแห่งหนึ่งของนครอินส์บรูคเลยทีเดียว
อินส์บรูก - อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ - ทะเลสาบเบรียส - ทะเลสาบมิสุริน่า – ซานตามาดดาเลน่า – หมู่บ้านคอร์ทินา ดัมเปซโซ - คาลัลโซ ดิ คาโดเร
นำท่านเดินทางสู่เขตอุทยานเทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นเทือกเขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีสภาพภูมิประเทศที่มียอดเขาสูง ทรวงสวยแปลกตาและมีหุบเขาหลายแห่งแวดล้อมด้วยทัศนียภาพงดงาม และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก เรียกได้ว่าเป็นปลายทางของผู้รักธรรมชาติ
นำท่านเดินทางสู่ “หมู่บ้านซานตา แมดดาเลนา” (Santa Maddalena) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเบลูโน โดยคำว่า Santa Maddalena หรือ St. Magdalena ในภาษาเยอรมัน คือหมู่บ้านวิวสวรรค์กลางพื้นที่หุบเขาในชุมชน Val di Funes หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาที่ตั้งอยู่ใต้เงาของเทือกเขาโดโลไมท์ ถือว่าเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กแต่มีทัศนียภาพที่งดงามแบบอลังการพร้อมสูดอากาศอันแสนบริสุทธิ์
นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบเบรียส (Lake Braies) ทะเลสาบที่ได้ขึ้นชื่อว่าไข่มุกแห่งโดโลไมต์ ตั้งอยู่ในหุบเขาโดโลไมต์ โดดเด่นด้วยน้ำสีเขียวมรกตใสราวกับกระจกที่สะท้อนเงาของยอดเขา
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบมิสุริน่า (Misurina Lake) ทะเลสาบสีเขียวมรกตที่รายล้อมไปด้วยป่าสนแห่งเทือกเขาแอลป์ในระดับความสูง 1,754 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่เป็นทะเลสาบที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในแถบ Dolomite นี้เลย เนื่องด้วยความสวยงามของทะเลสาบ บางเวลาน้ำนิ่งราวกระจกเงาใส ที่นักท่องเที่ยวจะแวะเวียนมา อิสระท่านให้ถ่ายภาพความงดงามของทะเลสาบจนเต็มอิ่ม
จากนั้นเดินทางสู่หมู่บ้านคอร์ทินา ดัมเปซโซ (Cortina d'Ampezzo) ได้ชื่อว่าเป็น "ราชินีแห่งเทือกเขาโดโลไมต์" (Queen of the Dolomites) ตั้งอยู่ในแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมกลางแจ้งระดับโลก ทั้งสกีในฤดูหนาวและการเดินป่าในฤดูร้อน
คาลัลโซ ดิ คาโดเร – กระเช้าสู่ยอดเขาแอลป์ดิซุสเซ่ - ทะเลสาบคาเรซซา – เวโรน่า - เบรสเซีย
นำท่านเดินทางเข้าสู่สถานีกระเช้าเพื่อนำท่านขึ้นกระเช้า (Cable Car) สู่เนินเขาแอลป์ ดิ ซุสเซ่ (Alpe di Siusi) นำท่านชมวิวทิวทัศน์บนทุ่งหญ้าราบเลียบบนภูเขา ที่ได้ขึ้นชื่อว่า “กว้างใหญ่ที่สุดในยุโรป” ด้วยพื้นที่อันกว้างใหญ่กว่า 56 ตารางกิโลเมตร ให้ท่านได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของทิวทัศน์มุมสูงของเทือกเขาโดโลไมท์ ที่มีทัศนียภาพที่งดงามราวกับภาพวาด ด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่สลับซับซ้อนเป็นเนินเขาน้อยใหญ่ โดยมีฉากหลังที่โดดเด่นสะดุดตาอย่างยอดเขา Sassolungo, Sasso Piatto และภูเขา Schlern ที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ตัดกับเส้นขอบฟ้า ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ตั้งแต่ปี ค.ศ.2009 ในช่วงฤดูร้อนที่นี่จะเต็มไปด้วยดอกไม้ป่านานาพรรณที่บานสะพรั่ง เหมาะแก่นักเดินป่าและนักปั่นจักรยานเสือภูเขาที่จะมาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ผ่านเส้นทางธรรมชาติที่มีระยะทางรวมกันหลายร้อยกิโลเมตร ส่วนในฤดูหนาว พื้นที่แห่งนี้จะถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนจนกลายเป็นสวรรค์ของเหล่านักสกีและนักเล่นสโนว์บอร์ด
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบคาเรซซา (Lake Carezza) ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่สวยที่สุดในอุทยานโดโลไมท์ อิสระให้ท่านเดินเล่นและถ่ายรูปกับทะเลสาบที่งดงามตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางสู่เมืองเวโรน่า (Verona) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของแคว้นเวเนโต้รองจากเวนิส เมืองเวโรน่ายังได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 2000 อีกทั้งวิลเลียม เชกสเปียร์ นักกวี และนักเขียนบทละครชาวอังกฤษผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษและของโลก เขายังใช้บรรยากาศ และเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวสองตระกูลในเวโรน่าแต่งเป็นละครโศกนาฏกรรมขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1595 เรื่อง โรมิโอกับจูเลียต นำท่านเดินชมอาคารบ้านเรือนสีสดใสสวยงามภายในจัตุรัสกลางเมืองที่คึกครื้นมีชีวิตชีวา จากนั้นพาท่านถ่ายรูปกับโรงละครโรมันกลางแจ้ง (Verona Arena) ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก สร้างขึ้นเมื่อตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 1 โดยมีลักษณะเช่นเดียวกับโคลอสเซียมในกรุงโรมเพียงแต่มีขนาดเล็กกว่า ซึ่งปัจจุบันยังคงมีการเปิดแสดงโอเปร่าหรือคอนเสิร์ตกลางเเจ้งในสนามกีฬาอยู่เป็นประจำ
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักเมืองเบรสเซีย (Brescia)
เบรสเซีย – ทิราโน่ - Bernina Regional Train – ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา ดิอาโวเลซซา - เซ้นต์ มอริทซ์ - ซูริค
นำท่านเดินทางสู่สถานีทิราโน่ (Tirano) เป็นสถานีรถไฟสำคัญในแคว้นลอมบาร์เดีย ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อพรมแดนที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ความพิเศษของที่นี่คือมี 2 สถานีตั้งอยู่ติดกัน ในจัตุรัสเดียวกัน (Piazza delle Stazioni) ให้บริการรถไฟประเทศอิตาลีและประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สถานีของรถไฟสายมรดกโลก Bernina Train อันสุดสวยงาม นำท่านโดยสารรถไฟ Bernina Regional Train (หรือรถไฟท้องถิ่นสายเบอร์นิน่า) ซึ่งเป็นเส้นทางมรดกโลกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง สามารถเปิดหน้าต่างถ่ายรูปวิวได้โดยไม่มีกระจกสะท้อนได้วิวสวยๆ ชมชมวิวที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงชัน ธารน้ำแข็ง และทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่เขียวขจีในฤดูร้อน หรือหิมะขาวโพลนในฤดูหนาว ก่อนถึงสถานทีทิราโน่รถไฟจะวิ่งผ่านสะพานวนเป็นวงกลม (Spiral Viaduct) ที่เมือง Brusio เป็นจุดไฮไลท์ที่คนมักจะรอถ่ายภาพรถไฟที่โค้งผ่านสะพานหินกลางหุบเขา สู่สถานีดิอาโวเลซซา (Diavolezza) นำท่านนั่งกระเช้าสู่ ยอดเขาดิอาโวเลซซา (Diavolezza) ยอดเขาที่ถือเป็นไข่มุกเม็ดงามแห่งที่ราบสูงแองเกอดินแคว้น Graubünden แอ่งเทือกเขาบนความสูง 2,958 เมตรที่เป็นสกีรีสอร์ท ชมวิวความสวยงามของยอดเขาแอล์ปตะวันออก ที่มียอดเขาที่สวยงามอยู่รวมกันมากมาย เช่น ยอดเขาพิซ เบอร์นิน่า (Piz Bernina Peak), โครวาทส์ซ (Corvatsch)
นำท่านเดินทางสู่เมืองเซ้นต์ มอริทซ์ (St.Moritz) เมืองตากอากาศสุดหรูในรัฐเกราบึนเดิน (Graubünden) สวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ในหุบเขาเอนกาดิน (Engadin) ที่ความสูงกว่า 1,800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมืองนี้คือสวรรค์ของกีฬาฤดูหนาวและเคยเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวถึง 2 ครั้ง มีทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นจุดพักผ่อนหลัก ในฤดูหนาวน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งและใช้จัดกิจกรรมอย่างแข่งม้าบนน้ำแข็ง (White Turf) ส่วนฤดูร้อนจะเหมาะกับการเดินเล่นและพายเรือ พาท่านสู่ถนน Via Serlas เป็นถนนชอปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมหรูที่ตั้งอยู่ในเมืองเซนต์มอริตซ์ ถนนเส้นนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เส้นทางสายหรูที่สูงที่สุดในโลก" และยังถูกเรียกว่าเป็นถนนแบรนด์เนมที่สั้นที่สุดแต่หรูหราที่สุดในเทือกเขาแอลป์ด้วยความยาวไม่ถึง 100 เมตร แหล่งรวมแบรนด์เนมระดับโลก ชั้นนำมากมาย เช่น Louis Vuitton, Dior, Gucci, Chanel, Cartier, Hermès และ Valentino
นำท่านเดินทางสู่เมืองซูริค (Zurich) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การเงิน และวัฒนธรรมของประเทศ โดยมีชื่อเสียงในด้านคุณภาพ ชีวิตที่ดี และเป็นเมืองระดับโลกที่ผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนานเข้ากับการพัฒนาสมัยใหม่ ได้อย่างลงตัว
ซูริค - ลูเซิร์น – สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล - ล่องเรือทานอาหารกลางวันทะเลสาบลูเซิร์น - ซุก - หอนาฬิกาเมืองซุก - ซูริค – โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ - จัตุรัสปาราเดพลาทซ์
นำท่านเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ Reuss River อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิสแบบสมัยใหม่ตลอดแนวสะพาน มีถนนเลียไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น
หลังจากเรือกลับขึ้นฝั่งเดินทางสู่เมืองซุก (Zug) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่สวยงามราวกับเทพนิยายตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ โดยนอกจากความสวยงามของทัศนียภาพแล้ว เมืองนี้ยังมีอัตราการเก็บภาษีที่ค่อนข้างต่ำจึงถือเป็นที่ตากอากาศที่นิยมของเหล่าเศรษฐี คนดังสำคัญระดับโลกมากมายมาเยือน ท่านอาจจะเห็นซูเปอร์คาร์จอดเรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย นำท่านชมหอนาฬิกาเมืองซุก (Clock Tower) แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยความสูงของหอถึง 52 เมตรและความโดดเด่น ของหลังคาซึ่งเป็นสีน้ำเงินขาวโดนเด่นตัดกับสีหลังคาสีน้ำตาลของบ้านเมืองสวยงามอย่างยิ่ง นำท่านเข้าชมร้านทำทองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป (The Oldest house of goldsmiths in Europe) ของครอบครัว Lohri เปิดทำการตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ภายในตัวอาคารมีการตกแต่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยจักวรรดินโปเลียน มีซุ้มประตูและเสาโรมัน มีรูปปั้นและจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยการวาดลายหินอ่อนด้วยมือ ในปี 1971 ได้เปิดร้านนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายาก และบางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก มีเวลาให้ท่านเดินชื่นชมอาคาร งานศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายากแล้ว ในส่วนของ Lohri Store ยังมีนาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier, Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC , Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ
หลังจากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองซูริค (Zurich) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ นำท่านถ่ายรูป กับโบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ (Fraumunster abbey) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 853 โดยกษัตริย์เยอรมันหลุยส์ ใช้เป็นสำนักแม่ชีที่มีกลุ่มหญิงสาวชนชั้นสูงจากทางตอนใต้ของเยอรมันอาศัยอยู่ นำท่านสู่จัตุรัสปาราเดพลาทซ์ (Paradeplatz) เป็นจัตุรัสเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันเป็นชุมทางรถรางที่สำคัญของเมืองและยังเป็นศูนย์กลางการค้าของย่านธุรกิจ ธนาคาร สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
ซูริค - สนามบิน
สนามบินสุวรรณภูมิ
มื้ออาหาร
| วันที่ | กำหนดการ | เช้า | กลางวัน | ค่ำ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ | |||
| 2 | สนามบินซูริค – วาดุซ - ลินเดา - ท่าเรือลินเดา – มิวนิค – จัตุรัสมาเรียนพลาสท์ | |||
| 3 | มิวนิค – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – อินส์บรูก – หลังคาทองคำ - มื้อค่ำพร้อมไทโรลเลียน โชว์ | |||
| 4 | อินส์บรูก - อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ - ทะเลสาบเบรียส - ทะเลสาบมิสุริน่า – ซานตามาดดาเลน่า – หมู่บ้านคอร์ทินา ดัมเปซโซ - คาลัลโซ ดิ คาโดเร | |||
| 5 | คาลัลโซ ดิ คาโดเร – กระเช้าสู่ยอดเขาแอลป์ดิซุสเซ่ - ทะเลสาบคาเรซซา – เวโรน่า - เบรสเซีย | |||
| 6 | เบรสเซีย – ทิราโน่ - Bernina Regional Train – ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา ดิอาโวเลซซา - เซ้นต์ มอริทซ์ - ซูริค | |||
| 7 | ซูริค - ลูเซิร์น – สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล - ล่องเรือทานอาหารกลางวันทะเลสาบลูเซิร์น - ซุก - หอนาฬิกาเมืองซุก - ซูริค – โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ - จัตุรัสปาราเดพลาทซ์ | |||
| 8 | ซูริค - สนามบิน | |||
| 9 | สนามบินสุวรรณภูมิ |
รายละเอียดและเงื่อนไข
1. กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า 5,900 บาท (ค่ามัดจำ + ค่าวีซ่า)
*** ในกรณีที่ต้องการให้บริษัทยื่นวีซ่าให้
ค่าวีซ่าจะต้องชำระเข้ามาพร้อมค่ามัดจำ***
**** ข้อมูล ณ วันที่ 7 มกราคม 2569 ****
2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง
ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า
ภายใน
3 วันนับจากวันจอง
หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ
3. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้
ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ
(กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่
ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
5. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร
และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน)
ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
6. กรณีมีการดำเนินการจองคิวนัดหมายเพื่อยื่นวีซ่าแล้ว
หรือระหว่างดำเนินการยื่นคำร้องวีซ่า หรือ วีซ่าได้รับการอนุมัติแล้ว
หากคณะมีการยกเลิกการเดินทางในเวลาต่อมาด้วยกรณีใดๆ หรือเปลี่ยนแปลงการเดินทาง
ค่าวีซ่าและค่าบริการไม่สามารถ Refund ได้
และผู้เดินทางทุกท่านจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านวีซ่าด้วยตัวท่านเอง
7. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ
นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ,
มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกใน
การเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน
ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง
เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
- ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ
(ในกรณีมีความประสงค์ อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน
และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
- ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
- ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
- ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
- ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
- ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
- ค่าประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ วงเงินสูงสุด 3,000,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด
ความคุ้มครองเป็นตามกรมธรรม์ประกันภัย)
- ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (เฉพาะค่าบริการ)
1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
อาทิเช่น ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า
23 ก.ก., ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง
เป็นต้น
3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน
ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม
ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น รวมค่าบริการยื่นวีซ่า (5,900.-บาท)
6. ค่าทิปพนักงานขับรถและไกด์ท้องถิ่น (15 ยูโร /ต่อท่าน)
7. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย ( 27 ยูโร /ต่อท่าน)
GO3ZRH6NZRHTG260905A-2 เดินทางวันที่ 05 กันยายน 2569 - 13 กันยายน 2569
| เส้นทาง | วันที่ | เวลา | สายการบิน | ไฟท์บิน |
|---|---|---|---|---|
| BKK - ZRH | 2026-09-06 - 2026-09-06 | 01:05 - 07:50 |
|
TG970 |
| ZRH - BKK | 2026-09-12 - 2026-09-13 | 13:30 - 05:15 |
|
TG971 |
GO3ZRH6NZRHTG261005A-2 เดินทางวันที่ 05 ตุลาคม 2569 - 01 มกราคม 2513
| เส้นทาง | วันที่ | เวลา | สายการบิน | ไฟท์บิน |
|---|---|---|---|---|
| BKK - ZRH | 2026-10-06 - 2026-10-06 | 01:05 - 07:50 |
|
TG970 |
| ZRH - BKK | 2026-10-12 - 2026-10-13 | 13:30 - 05:30 |
|
TG971 |
GO3ZRH6NZRHTG261030A-2 เดินทางวันที่ 30 ตุลาคม 2569 - 07 พฤศจิกายน 2569
| เส้นทาง | วันที่ | เวลา | สายการบิน | ไฟท์บิน |
|---|---|---|---|---|
| BKK - ZRH | 2026-10-31 - 2026-10-31 | 00:35 - 06:35 |
|
TG970 |
| ZRH - BKK | 2026-11-06 - 2026-11-07 | 13:15 - 06:10 |
|
TG971 |

