กระเช้าเปิดประทุนและซุนเนกก้า อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ 7 วัน 4 คืน โดยสายการบิน EMIRATES (EK)

ดูไบ – สนามบินมิลาน - ทะเลสาบโคโม – ลูเซิร์น - สิงโตหินแกะสลัก - สะพานไม้ขาเปล -ซูริค - ซุก – ร้านช่างทองโบราณ - ยอดเขาสแตนเซอร์ฮอร์น - กระเช้าคาบริโอ - อินเตอร์ลาเคน - เบิร์น  - บ่อหมี – นาฬิกาดาราศาสตร์ – หมู่บ้านกรูแยร์ - มองเทอรซ์ – ถ่ายรูปปราสาทชิลยอง - ซียง - เซอร์แมท - ขึ้นรถรางสู่ยอดเขาซุนเนกก้า - ตูริน - มหาวิหารตูริน - จัตุรัส คาสเตลโล – สนามฟุตบอลยูเวนตุส Servavalle OUTLET – มิลาน – มหาวิหารมิลาน - สนามบินมิลาน
  • ทัวร์ : Switzerland [สวิตเซอร์แลนด์] Italy [อิตาลี] Europe [ยุโรป]
  • เที่ยวเมือง : Milan (มิลาน) Turin (ตูริน) Interlaken (อินเตอร์ลาเคน) Sion (ซียง) Zurich (ซูริค) Lucerne (ลูเซิร์น) Bern (เบิร์น) Como (โคโม) Zug (ซูก) Montreux (มองเทรอซ์)
  • Product : Go365Travel
  • Operation : พัชรา (พัช)
  • รหัสโปรแกรม : T16239
  • Code : GO3MXP-EK071
  • ประเภททัวร์ : ทัวร์ต่างประเทศ
  • ระยะเวลา : 7 วัน 4 คืน
ราคาเริ่มต้นที่
ไฮไลท์ทัวร์ Highlight
ดูไบ – สนามบินมิลาน - ทะเลสาบโคโม – ลูเซิร์น - สิงโตหินแกะสลัก - สะพานไม้ขาเปล -ซูริค - ซุก – ร้านช่างทองโบราณ - ยอดเขาสแตนเซอร์ฮอร์น - กระเช้าคาบริโอ - อินเตอร์ลาเคน - เบิร์น - บ่อหมี – นาฬิกาดาราศาสตร์ – หมู่บ้านกรูแยร์ - มองเทอรซ์ – ถ่ายรูปปราสาทชิลยอง - ซียง - เซอร์แมท - ขึ้นรถรางสู่ยอดเขาซุนเนกก้า - ตูริน - มหาวิหารตูริน - จัตุรัส คาสเตลโล – สนามฟุตบอลยูเวนตุส Servavalle OUTLET – มิลาน – มหาวิหารมิลาน - สนามบินมิลาน
ระยะเวลาเดินทาง
ราคาเริ่มต้น
สถานะ

01 - 07 ต.ค. 69 (พฤ-พ)

65,900

07 - 13 ต.ค. 69 (พ-อ)

65,900
รายละเอียดโปรแกรม
วันที่ 1

กรุงเทพฯ

18.00 คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
21.35 ออกเดินทางสู่กรุงดูไบด้วยเที่ยวบิน EK373
วันที่ 2

ดูไบ – สนามบินมิลาน - ทะเลสาบโคโม – ลูเซิร์น - สิงโตหินแกะสลัก - สะพานไม้ขาเปล -ซูริค

00.50 เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
04.20 ออกเดินทางสู่มิลาน ด้วยเที่ยวบิน EK101
09.00 ถึงสนามบินมิลาน ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 /6 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบโคโม (Lake Como) หรือในภาษาอิตาลีเรียกว่า Lago di Como เป็นทะเลสาบที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีในภูมิภาคลอมบาร์ดี (Lombardy) ใกล้กับพรมแดนสวิตเซอร์แลนด์ เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราและความสวยงามตามธรรมชาติ รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์: ทะเลสาบมีรูปร่างเหมือนตัวอักษร "Y" กลับหัว โดยมีหมู่บ้านเบลาจิโอ (Bellagio) ตั้งอยู่ตรงจุดกึ่งกลางที่แยกเป็นสองแฉก อิสระให้ท่านเดินเล่นชมทะเลสาบที่สวยงามแห่งนี้ นำท่านเดินชมถ่ายรูปคู่กับมหาวิหารโคโม (Como Cathedral) เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่สำคัญและสวยงามที่สุดทางตอนเหนือของอิตาลี มหาวิหารนี้ใช้เวลาสร้างนานเกือบ 400 ปี (เริ่มในปี ค.ศ. 1396 จนถึงปี 1770) จึงมีการผสมผสานสถาปัตยกรรมหลายยุคอย่างลงตัว ทั้ง โกธิค (Gothic) ในส่วนของหน้าบัน, เรอเนซองส์ (Renaissance) ในส่วนของประตูทางเข้าด้านข้าง และ โรโคโก (Rococo) ในส่วนของโดมสีฟ้าอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์ ซุ้มด้านหน้าวิหารสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ประดับด้วยรูปปั้นนักบุญและเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิล ที่แปลกตาคือมีรูปปั้นของ Pliny the Elder และ Pliny the Younger ซึ่งเป็นนักเขียนและรัฐบุรุษชาวโรมันผู้เกิดในเมืองโคโม ประดับอยู่ขนาบประตูทางเข้าหลัก แม้ทั้งสองจะไม่ใช่ชาวคริสต์ก็ตาม
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ Reuss River อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิสแบบสมัยใหม่ตลอดแนวสะพาน มีถนนเลียไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น
เย็น อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย

นำท่านเดินทางสู่เมืองซูริค (Zurich) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
ที่พัก Tailormade Zurich หรือเทียบเท่า
วันที่ 3

ซูริค - ซุก – ร้านช่างทองโบราณ - ยอดเขาสแตนเซอร์ฮอร์น - กระเช้าคาบริโอ - อินเตอร์ลาเคน - เบิร์น

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองซุก (Zug) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่สวยงามราวกับเทพนิยายตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ โดยนอกจากความสวยงามของทัศนียภาพแล้ว เมืองนี้ยังมีอัตราการเก็บภาษีที่ค่อนข้างต่ำจึงถือเป็นที่ตากอากาศที่นิยมของเหล่าเศรษฐี คนดังสำคัญระดับโลกมากมายมาเยือน ท่านอาจจะเห็นซูเปอร์คาร์จอดเรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย นำท่านชมหอนาฬิกาเมืองซุก (Clock Tower) แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยความสูงของหอถึง 52 เมตรและความโดดเด่น ของหลังคาซึ่งเป็นสีน้ำเงินขาวโดนเด่นตัดกับสีหลังคาสีน้ำตาลของบ้านเมืองสวยงามอย่างยิ่ง นำท่านเข้าชมร้านทำทองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป (The Oldest house of goldsmiths in Europe) ของครอบครัว Lohri เปิดทำการตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ภายในตัวอาคารมีการตกแต่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยจักรวรรดินโปเลียน มีซุ้มประตูและเสาโรมัน มีรูปปั้นและจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยการวาดลายหินอ่อนด้วยมือ ในปี 1971 ได้เปิดร้านนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายาก และบางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก มีเวลาให้ท่านเดินชื่นชมอาคาร งานศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายากแล้ว ในส่วนของ Lohri Store ยังมีนาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier, Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC , Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ

นำท่านสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับบน ยอดเขาสแตนเซอร์ฮอร์น (Stanserhorn) สวรรค์แห่งเทือกเขาแอลป์ที่ความสูง 1,898 เมตร เริ่มต้นการเดินทางจากสถานีสแตน (Stans) ย้อนเวลากลับไปสู่ปี 1893 กับการนั่งรถรางไม้โบราณ (Funicular) ที่เปิดใช้งานมากว่าศตวรรษ ให้คุณซึมซับบรรยากาศคลาสสิกผ่านทุ่งหญ้าและฟาร์มสเตย์แบบสวิสขนานแท้ จากนั้นเปลี่ยนผ่านสู่ความล้ำสมัยด้วยกระเช้าคาบริโอ (CabriO) กระเช้าไฟฟ้าสองชั้นแบบเปิดประทุนลำแรกของโลก ให้คุณยืนรับลมเย็นสบายบนดาดฟ้าแบบ Open-air ชมทัศนียภาพของเทือกเขาแอลป์และทะเลสาบลูเซิร์นได้แบบ 360 องศาอย่างไร้กระจกกั้น เมื่อถึงยอดเขา คุณจะได้ตื่นตาไปกับความอลังการของทิวเขาที่ทอดยาวกว่า 100 กิโลเมตร และทะเลสาบสีครามที่กระจายตัวอยู่ถึง 10 แห่ง นอกจากวิวหลักล้าน ท่านยังมีโอกาสได้พบกับความน่ารักของมาร์มอต (Marmots) เจ้าถิ่นที่อาศัยอยู่บนยอดเขานี้มาตั้งแต่ปี 1912 และที่พิเศษยิ่งกว่าคือ ที่นี่ถือเป็นหนึ่งใน "แหล่งกำเนิดพลังชีวิต" (Places of Power) ตามการระบุของนักภูมิชีววิทยาชื่อดัง โดยเป็นจุดรวมพลังงานจาก 3 ทิศทาง มีค่าพลังงานสูงถึง 22,000 หน่วย Bovis ซึ่งเทียบเท่ากับพีระมิดแห่งดวงจันทร์ในเม็กซิโก (Pyramid of the Moon) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาเติมพลังกายและฟื้นฟูพลังใจให้เต็มเปี่ยมอีกครั้ง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองอินเตอร์ลาเกน (Interlaken) อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ และพลาดไม่ได้กับการเลือกชมสินค้าจากร้านเคียร์ชโฮฟเฟอร์ (Kirchhofer) หนึ่งในสุดยอดร้านนาฬิกาและเครื่องประดับในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีสาขามากมาย โดยมีสาขาใหญ่ คือ เคียร์ชโฮฟเฟอร์ คาสิโน แกลเลอรี มีนาฬิกาสวิสมากกว่า 70 แบรนด์ในที่ที่เดียว อาทิ Breguet, Cartier, Piaget, Blancpain, Chopard, IWC, Parmigiani, Franck Muller, Hublot, Tag Heuer, Hermes, Rado, Gucci, Tissot, Bvlgari, Montblanc, Omega, Chanel, Seven Friday, Mido ฯลฯ รวมทั้ง Rolex (pre owned) พร้อมเครื่องประดับสุดพิเศษหลากหลายแบบ และยังเป็นศูนย์กลางเครื่องสำอางสวิสขั้นสูง, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว รวมทั้งน้ำหอมชื่อดัง อาทิ La Prairie, Cellcosmet, Volmont, Chanel, La mer, Estee Lauder, Jo Malone ฯลฯ และอีกหลายแบรนด์ดังจากทั่วโลก รวมถึงมีจำหน่ายเครื่องหนังแบรนด์ดัง มีของที่ระลึกต่างๆ จากสวิตเซอร์แลนด์ เช่น ตุ๊กตา, มีดพับ Victorinox รวมทั้งมี Cartier boutique, Breguet & Blancpain, Swiss luxury beauty ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอินเทอร์ลาเก้น
เย็น อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย

นำท่านเดินทางสู่ที่พักกรุงเบิร์น (Bern) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010
ที่พัก Harry’s Home Bern หรือเทียบเท่า
วันที่ 4

เบิร์น - บ่อหมี – นาฬิกาดาราศาสตร์ – หมู่บ้านกรูแยร์ - มองเทอรซ์ – ถ่ายรูปปราสาทชิลยอง - ซียง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่กรุงเบิร์น (Bern) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010 นำท่านชมบ่อหมีสีน้ำตาล (Bear Park) สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น นำท่านเดินลัดเลาะชมถนนจุงเคอร์นกาสเซอ (Junkergasse) เป็นถนนที่มีชื่อเสียงและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในย่านเมืองเก่าของกรุงเบิร์น (Bern) นำท่านแวะถ่ายรูปกับมหาวิหารเบิร์น (Bern Minster) สิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421 ประตูจะมีภาพที่บรรยายถึงการตัดสินครั้งสุดท้ายของพระเจ้า จากนั้นเดินเท้าเข้าสู่ถนนกรัมกาสเซอ (Kramgasse) ซึ่งเต็มไปด้วยร้านภาพวาดและร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ มีบ้านไอน์สไตน์ (Einstein House) ตั้งอยู่ที่เลขที่ 49 ซึ่งเป็นอาคารที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยเช่าพักอาศัยอยู่ระหว่างปี 1903–1905 และเป็นสถานที่ที่เขาคิดค้นทฤษฎีสัมพัทธภาพอันโด่งดัง ชมหอนาฬิกาซึตกล็อกเกอ (Zytglogge) หอนาฬิกาดาราศาสตร์ที่มีอายุกว่า 800 ปี มี “โชว์” ให้ดูทุกๆชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้ง ซึ่งหอนาฬิกาดาราศาสตร์โบราณเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเบิร์น นำท่านเดินทางสู่เมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องชีสสวิสฯ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านกรูแยร์ (Gruyères) หมู่บ้านเล็กๆ ในยุคกลางที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 82 เมตรเหนือพื้นดิน เมืองนี้ไม่ได้มีชื่อเสียงแค่ชีสระดับโลกเท่านั้น แต่ยังมีประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่งดงาม ได้รับการประกาศให้เป็นหนึ่งใน "หมู่บ้านท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก" (Best Tourism Villages 2021) โดยองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) รางวัลนี้มอบให้แก่หมู่บ้านที่โดดเด่นในการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นต้นกำเนิดของชีสชื่อดังระดับโลกที่คว้ากวาดรางวัลมามากมาย เมนูพื้นเมืองฟองดูว์ (Fondue) ที่ใช้ชีสกรูแยร์ผสมกับชีสวาเชอแรง (Vacherin) มีขนมเมอแรงก์กับดับเบิลครีม (Meringues with Double Cream) ของหวานประจำภูมิภาค เสิร์ฟพร้อมครีมเข้มข้นในชามไม้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (ชีสฟองดูว์)

นำท่านเดินทางสู่เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่า “ริเวียร่าของสวิส” ให้ท่านได้ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือน ริมทะเลสาบ นำท่านถ่ายรูปคู่กับปราสาทชิลยอง (Chillon castle) โดยปราสาทแห่งนี้ เป็นปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนด่านเก็บภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสมานานนับร้อยปี
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเดินทางสู่ที่พักเมืองซียง (Sion) เป็นเมืองหลวงของรัฐวาเล (Valais) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์และไร่องุ่น มีจุดเด่นคือปราสาทคู่บนเนินเขา คือ ปราสาทวาเลีย (Valère) and ปราสาททูร์บิลลอน (Tourbillon)
ที่พัก Moxy Sion หรือเทียบเท่า
วันที่ 5

ซียง - เซอร์แมท - ขึ้นรถรางสู่ยอดเขาซุนเนกก้า - ตูริน - มหาวิหารตูริน - จัตุรัส คาสเตลโล – สนามฟุตบอลยูเวนตุส

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองแทช (Tasch) เพื่อนำท่านนั่งรถไฟเข้าสู่ เซอร์แมท (Zermatt) เมืองแห่งสกีรีสอร์ท ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูง เป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น และยังมีฉากหลังของตัวเมืองเป็นยอดเขาแมททอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ นำท่านขึ้น Funicular รถรางที่วิ่งผ่านอุโมงค์เจาะทะลุภูเขาสู่เขาซุนเนกกา (Sunnegga) ที่มีความสูง 2,228 เมตร เรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่สวยงามมากๆ โดยบริเวณบนยอดเขานี้ยังประกอบไปด้วยทะเลสาบทั้ง 5 โดยในฤดูร้อน โดย 1 ใน 5 ทะเลสาบที่มีกล่าวได้ว่ามีชื่อเสียงและสวยงามที่สุดของการชมวิวยอดเขายอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น นั้นคือ ทะเลสาบไลเซ (Leisee Lake) เดินทางไปเพียงประมาณ 400 เมตร เป็นทะเลสาบที่ตั้งบนความสูง 2,232 เมตร จากระดับน้ำทะเล โดยในช่วงฤดูร้อนน้ำในทะเลสาบที่ใสราวกับกระจก จะสะท้อนภาพของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นบนผิวน้ำที่สวยงามยิ่งนัก (ถ้าในช่วงฤดูหนาวน้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นพื้นน้ำแข็ง)
เที่ยง อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองตูริน (Turin) หรือ โตริโน่ (Torino) อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศอิตาลี ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของแคว้นปิเอดมอนต์ ซึ่งในอดีตเคยที่ประทับกษัตริย์แห่งแคว้นซาวอย (Savoy) มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1574 และเมืองตูรินยังได้เป็นเกียรติในการเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิคฤดูหนาวหลายครั้งอีกด้วย นำท่านสู่จัตุรัสคาสเตลโล (Piazza Castello) ศูนย์กลางของเมืองตูริน นำท่านเดินเล่นชมเมืองตูริน ถ่ายรูปกับมหาวิหารประจำเมืองตูริน จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นช้อปปิ้งตามอัธยาศัย หลังจากนั้นนำท่านถ่ายรูปคู่กับ สนามฟุตบอลยูเวนตุส (Juventus Stadium) หรือที่เรียกกันปัจจุบันว่า สนามกีฬาอลิอันซ์ (Allianz Stadium) โดยสนามแห่งนี้เป็นของสโมสรยุเวนตุส สโมสรที่โด่งดังที่สุดของอิตาลี มีซูเปอร์สตาร์ทั้งในอดีตและปัจจุบันมากมาย เช่น โรแบร์โต้ บาจโจ้ , อเลสซานโดร เดลปิเอโร่ , ซีเนอดีน ซีดาน รวมถึงปัจจุบันอย่าง ดูซาน วลาโฮวิช หรือ เคนาน ยิลดิช สโมสรแห่งนี้เคยเป็นแชมป์กัลโซ่ เซเรียอา อิตาลีถึง 36 ครั้ง และยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 1 ครั้ง เป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุดในอิตาลี
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นจีน
ที่พัก Holiday Inn Turin หรือเทียบเท่า
วันที่ 6

Serravalle OUTLET – มิลาน – มหาวิหารมิลาน - สนามบินมิลาน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ Serravalle Outlet เอ๊าท์เล็ตขนาดใหญ่ในเครือแม็คอาร์เธอร์เกลน ให้เวลาท่าน ได้อิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมายที่ต่างนำมาจัดรายการ อาทิ เช่น Gucci, Bally, Hugo, Boss, Benetton, Burberry, Calvin Klein, Crocs, Geox, Lacoste, Nike, Oakley, Diesel, Samsonite และอื่นๆ อีกมากมาย
เที่ยง อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

จากนั้นเดินทางสู่ใจกลางเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) เป็นหนึ่งในมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดและโดดเด่นที่สุดในโลก เป็นผลงานสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่ยิ่งใหญ่ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่า 6 ศตวรรษ มหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีลักษณะเด่นคือยอดแหลมที่ประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจงกว่า 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนกว่า 3,400 รูปประดับอยู่ทั่วทั้งภายนอกและภายใน ตัววิหารสร้างจากหินอ่อนคันโดเกลีย (Candoglia Marble) เป็นหินอ่อนสีชมพูขาวจากเหมืองคันโดเกลียทั้งหมด หนึ่งในยอดแหลมที่สูงที่สุด (108.5 เมตร) มีรูปปั้นมาดอนนินา (Madonnina) ตั้งอยู่ โดยเป็นรูปปั้นพระแม่มารีเคลือบทองคำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน จากนั้นพาท่านชมแกลเลอเรีย วิตโตริโอ เอ็มมานูเอล ที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่เก่าแก่และหรูหราที่สุดในโลก ตั้งอยู่ตรงหน้ามหาวาหารแห่งเมืองมิลาน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-เรอเนซองส์ มีหลังคาโดมแก้วและโมเสก โครงสร้างหลังคากระจกและเหล็กสูง 47 เมตร พื้นทางเดินประดับด้วยโมเสกสีสันสดใส เป็นทางเชื่อมระหว่างมหาวิหารมิลาน (Duomo di Milano) และ โรงละครลา สกาลา (Teatro alla Scala) โดยมีร้านค้าหรูหรามากมายอยู่ภายใต้หลังคาแห่งนี้ ร้านแฟชั่นระดับโลก เช่น Prada (สาขาแรกของโลกที่เปิดในปี 1913), Louis Vuitton, Gucci และร้านหมวกเก่าแก่ Borsalino มีร้านอาหารและคาเฟ่ประวัติศาสตร์ เช่น Camparino in Galleria ร้านต้นตำรับของ Campari และร้านอาหาร Savini ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และยังมีประติมากรรมหินอ่อนคาร์ราราอนุสาวรีย์เลโอนาร์โด ดา วินชี (Monument to Leonardo da Vinci) และลูกศิษย์ทั้ง 4 บริเวณฐานของอนุสาวรีย์ขนาดเท่าตัวจริงที่ตั้งอยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า
17.30 ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติมิลาน เพื่อทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ภายในสนามบิน
22.15 ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพด้วยเที่ยวบิน EK92
วันที่ 7

ดูไบ - กรุงเทพ

06.20 เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
09.40 ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยเที่ยวบินที่ EK372
19.25 เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ.
มื้ออาหาร
วันที่ เช้า กลางวัน ค่ำ
1
2
3
4
5
6
7
รายละเอียดและเงื่อนไข

1.     ชำระเงินมัดจำท่านละ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า 5,900 บาท (ค่ามัดจำ + ค่าวีซ่า ในกรณีที่ต้องการให้บริษัทยื่นวีซ่าให้) โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น

***ในกรณีที่ต้องการให้บริษัทยื่นวีซ่าให้ ค่าวีซ่าจะต้องชำระเข้ามาพร้อมค่ามัดจำ***

2.   ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า

ภายใน 3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ

3.   เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที

4.   หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

5.   การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่

6.   กรณีมีการดำเนินการจองคิวนัดหมายเพื่อยื่นวีซ่าแล้ว หรือระหว่างดำเนินการยื่นคำร้องวีซ่า หรือ วีซ่าได้รับการอนุมัติแล้ว หากคณะมีการยกเลิกการเดินทางในเวลาต่อมาด้วยกรณีใดๆ หรือ เปลี่ยนแปลงการเดินทาง ค่าวีซ่าและค่าบริการ ไม่สามารถ Refund ได้ และผู้เดินทางทุกท่านจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านวีซ่าด้วยตัวท่านเอง

7.  หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

  1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด (Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
  2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
  5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
  7. ค่าประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ วงเงินสูงสุด 3,000,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ความคุ้มครองเป็นตามกรมธรรม์ประกันภัย)
  8. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (เฉพาะค่าบริการ)

1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง

2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนัก
    เกินจากทางสายการบินกำหนด ไม่เกิน 23 ก.ก./ท่าน, ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว
, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง        เป็นต้น

3.  ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา *บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าบริการเพิ่ม กรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นค่าภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินก่อนเดินทาง*

4.  ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง

5.  ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น  (สวิตเซอร์แลนด์) รวมค่าบริการนัดหมายยื่นวีซ่า (5,900 บาท)

6.  ค่าทิปพนักงานขับรถและมัคคุเทศก์ท้องถิ่น  (10 ยูโร/ท่าน)

7.  ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากประเทศไทย (21 ยูโร/ท่าน)

GO3MXP4NMXPEK261001A-2 เดินทางวันที่ 01 ตุลาคม 2569 - 07 ตุลาคม 2569
เส้นทาง วันที่ เวลา สายการบิน ไฟท์บิน
BKK - DXB 2026-10-01 - 2026-10-02 21:35 - 00:50 avatar-img EK373
DXB - MXP 2026-10-02 - 2026-10-02 04:20 - 09:00 avatar-img EK101
MXP - DXB 2026-10-06 - 2026-10-07 22:15 - 06:20 avatar-img EK092
DXB - BKK 2026-10-07 - 2026-10-07 09:40 - 19:25 avatar-img EK372
GO3MXP4NMXPEK261007A-2 เดินทางวันที่ 07 ตุลาคม 2569 - 13 ตุลาคม 2569
เส้นทาง วันที่ เวลา สายการบิน ไฟท์บิน
BKK - DXB 2026-10-07 - 2026-10-08 21:35 - 00:50 avatar-img EK373
DXB - MXP 2026-10-08 - 2026-10-08 04:20 - 09:00 avatar-img EK101
MXP - DXB 2026-10-12 - 2026-10-13 22:15 - 06:20 avatar-img EK092
DXB - BKK 2026-10-13 - 2026-10-13 09:40 - 19:25 avatar-img EK372