สินค้าถูกจองเต็มหมดแล้ว ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม 02-277-9999

สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนในฝัน สวรรค์บนดิน SWITZERLAND 8 วัน 5 คืน โดยสายการบินไทย (TG)

  • ทัวร์ : Europe [ ยุโรป ]
  • เที่ยวเมือง : Geneva (เจนีวา) Zurich (ซูริค) Lucerne (ลูเซิร์น) Zermatt (เซอร์แมท) Zug (ซูก) Montreux (มองเทรอซ์)
  • รหัสโปรแกรม : T7475
  • Code : QQGO3ZRH-TG007
  • ประเภททัวร์ : ทัวร์ต่างประเทศ
  • ระยะเวลา : 8 วัน 5 คืน
ไฮไลท์ทัวร์ Highlight
ซูริค l สไตน์ อัม ไรน์ l เบิร์น l เจนีวา l ปราสาทชิลยอง l เซอร์แมต l ยอดเขาไคลน์มัตเตอร์ฮอร์น l ซียง l ยอดเขาเอกกิสฮอร์น l มหาธารน้ำแข็งยักษ์อาเล็ทช์ กลาเซียร์ l ลูเซิร์น l ยอดเขาชิลธอร์น l หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเน่น l ซุก
รายละเอียดโปรแกรม
วันที่ 1

กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

21.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
วันที่ 2

ซูริค – สไตน์ อัม ไรน์ – ซูริค - เบิร์น

00.35 น. ออกเดินทางสู่สวิสเซอร์แลนด์ โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 970
06.35 น. เดินทางถึงสนามบินซูริค (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองสไตน์ อัม ไรน์ (Stein am Rhien) เมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบคอนสแตนซ์ (Lake Constance) กับทะเลสาบซูริค (Lake Zurich) ในเมืองเต็มไปด้วยภาพวาดสีเฟรสโกลวดลวยสวยงามตกแต่งอยู่ตามผนังกำแพง นำท่านเข้าสู่จตุรัส Rathausplatz จุดไฮไลค์ของเมืองที่เป็นที่ตั้งของศาลากลาง โดดเด่นด้วยถนนแคบๆ อาคารบ้านเรือนสีสันสดใส และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ล้อมรอบด้วยอาคารครึ่งไม้ที่สวยงาม หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองซูริค (Zurich) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ นำท่านถ่ายรูปกับโบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ (Fraumunster abbey) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 853 โดยกษัตริย์เยอรมันหลุยส์ ใช้เป็นสำนักแม่ชีที่มีกลุ่มหญิงสาวชนชั้นสูงจากทางตอนใต้ของเยอรมันอาศัยอยู่ นำท่านสู่จัตุรัสปาราเดพลาทซ์ (Paradeplatz) เป็นจัตุรัสเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันเป็นชุมทางรถรางที่สำคัญของเมืองและยังเป็นศูนย์กลางการค้าของย่านธุรกิจ ธนาคาร สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านเดินทางสู่กรุงเบิร์น (Bern) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010 นำท่านชมบ่อหมีสีน้ำตาล (Bear Park) สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น นำท่านเดินลัดเลาะสู่ถนนจุงเคอร์นกาสเซ (Junkerngasse) ถนนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีในย่านเมืองเก่า มีบ้านอาคารสไตล์บาโรกตอนปลาย นำท่านแวะถ่ายรูปกับวิหารเบิร์น (Bern’s Minster) วิหารสไตล์โกธิคที่สูงที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421 ประตูจะมีภาพที่บรรยายถึงการตัดสินครั้งสุดท้ายของพระเจ้า จากนั้นเดินสู่ถนนแครมกัซเซอ (Kramgasse) นำถ่ายรูปกับบ้านไอน์สไตน์ (Einsteinhaus) บ้านเลขที่ 49 ที่อัลเบิร์ตไอน์สไตน์เคยอาศัยอยู่ที่นี่ เมื่อครั้งมาทำงานเป็นผู้ตรวจสอบของสำนักงานสิทธิบัตรของสวิส ช่วงปี ค.ศ.1902-1905 จากนั้นชมหอนาฬิกาดาราศาสตร์ (Zytglogge) อายุ 800 ปี ที่มี “โชว์” ให้ดูทุกๆชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้ง นำท่านเดินชมมาร์กาสเซ(Marktgasse) ที่เต็มไปด้วยร้านดอกไม้และบูติค เป็นย่านที่ปลอดรถยนต์ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่าอายุ 200-300 ปี
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก HARRY’S HOME BERN หรือเทียบเท่า
วันที่ 3

เบิร์น – เจนีวา - ปราสาทชิลยอง - เซอร์แมต

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเจนีวา (Geneva) นำชมเมืองที่เป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ เมืองที่ตั้งองค์การสากลระดับโลก อาทิ องค์การการค้าโลก, กาชาดสากล, แรงงานสากล ฯลฯ ถ่ายรูปกับน้ำพุเจทโด(Jet d'eau) ที่ฉีดสายน้ำพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศถึง 390 ฟุต (เปิดเฉพาะวันอากาศดี) และถ่ายรูปกับ นาฬิกาดอกไม้ (The Flower Clock) สัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเจนีวา หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองโลซานน์ (Lausanne) ซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เมืองโลซานน์มีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญสำหรับชาวไทยเนื่องจากเป็นเมืองที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า จากนั้นนำท่านชม สวนสาธารณะที่มีรูปปั้นลิง 3 ตัว ปิดหู ปิดปาก ปิดตา อันเป็นสถานที่ทรงโปรดของในหลวงเมื่อทรงพระเยาว์ และถ่ายรูปกับศาลาไทย ที่รัฐบาลไทยส่งไปตั้งในสวนสาธารณะของเมืองโลซานน์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านเดินทางสู่เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่าริเวียร่าของสวิส ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือน ริมทะเลสาบ นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทชิลยอง (Chillon castle) ทางด้านนอก ปราสาทแห่งนี้ เป็นปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนด่านเก็บภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสมานานนับร้อยปี หลังจากนั้นได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองเซอร์แมต (Zermatt) นำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟเมืองแทซ (Teasch) เพื่อเดินทางสู่เข้าเมืองเซอร์แมท (Zermatt) เมืองแห่งสกีรีสอร์ท ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น และยังมีฉากหลังของตัวเมืองเป็นยอดเขาแมททอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์
เย็น อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก AMBASSADOR หรือเทียบเท่า ***ในกรณืที่ห้องพักเมืองเซอร์แมตเต็มจะปรับรายการไปนอนเมืองข้างเคียงแทน***
วันที่ 4

เซอร์แมต – ยอดเขาไคลน์มัตเตอร์ฮอร์น - ซียง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าเพื่อสัมผัสกับความงดงามของยอดเขาไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น (Klein Matterhorn) ที่สูงถึง 4,478 เมตร และได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดของเทือกเขาแอลป์ ชื่นชมกับทิวทัศน์ที่สวยงาม ณ จุดสูงที่สุดบริเวณไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น เข้าชมถ้ำน้ำแข็งที่อยู่สูงที่สุดในสวิส
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางออกจากเมืองเซอร์แมตเพื่อเข้าสู่เมืองซียง (Sion) เมืองหลวงของ รัฐวาเล (Valais) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานตั้งแต่สมัยโรมัน บรรยากาศของเมืองจะอยู่ท่ามกลางไร่องุ่นและหมู่ขุนเขาอีกทั้งยังได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองเก่าที่มีบรรยากาศแบบฝรั่งเศสอย่างแท้จริง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
นำท่านเข้าสู่ที่พัก MOXY SION หรือเทียบเท่า
วันที่ 5

ซียง - ยอดเขาเอกกิสฮอร์น - มหาธารน้ำแข็งยักษ์อาเล็ทช์ กลาเซียร์ - ลูเซิร์น - ซูริค

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขาเอกกิสฮอร์น (Eggishorn) ยอดเขาเอกกิสฮอร์นนั้นเป็นยอดเข้าที่ตั้งอยู่ในเขตของ Jungfrau-Aletsch-Bietschhorn รัฐ Valais มีความสูงของยอดเขาอยู่ที่ 2,927 เมตร โดยยอดเขาเอกกิสฮอร์นนั้นเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวในการมาชมวิวธารน้ำแข็งยักษ์อาเล็ทช์ กลาเซียร์ เพราะเนื่องจากเป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่สูงสุดที่จะสามารถชมวิวธารน้ำแข็งยักษ์ อาเล็ทช์ กลาเซียร์ ได้ โดยทั่วไปแล้วการขึ้นชม อาเล็ทช์ กลาเซียร์ นั้นสามารถขึ้นชมได้ทั้งหมด 3 ทาง ซึ่งจะมีระดับความสูงจะลดหลั่นกันไปตามแต่ละจุดดังนี้ 1. จุดชมวิว Moosfluh มีความสูงอยู่ที่ 2,333 เมตร 2. จุดชมวิวBettmerhorn มีความสูงอยู่ที่ 2,647 เมตร และ 3.จุดชมวิว Eggishorn มีความสูงอยู่ที่ 2,869 เมตร ** ในกรณีที่ไม่สามารถขึ้นจุดชมวิว Eggishorn ได้ ทางบริษัทจะเปลี่ยนไปจุดชมวิวอื่นแทน ** นำท่านชม มหาธารน้ำแข็งยักษ์อาเล็ทช์ กลาเซียร์ (Aletsch Glacier) ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์ มีความยาวประมาณ 23.6 กิโลเมตร พื้นที่โดยรวมกว่า 100 กิโลเมตร ถูกค้นพบเมื่อช่วงศตวรรษที่ 19 โดยธารน้ำแข็งนี้เกิดขึ้นจากการบรรจบกันของธารน้ำแข็งขนาดย่อย 4 สาย อันได้แก่ ธารน้ำแข็งโกรเซอร์อาเล็ทช์เฟียร์น (Grosser Aletschfirn), ธารน้ำแข็งจุงเฟราเฟียร์น (Jungfraufirn) , ธารน้ำแข็งเอวิกชเนเฟ็ลท์ (Ewigschneefäld) และธารน้ำแข็งกรุนเน็คเฟียร์น (Grüneggfirn) ให้ท่านได้สัมผัสกับความงดงามของมหาธารน้ำแข็งสีขาวที่มาบรรจบกับท้องฟ้าสีฟ้า ประกอบกับทิวทัศน์อันสวยงามที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ โดยในวันที่อากาศดีท่านอาจจะได้เห็นยอดเขาที่มีชื่อเสียงต่างๆของสวิตเซอร์แลนด์ เช่น ยอดเขาจุงเฟราหรือยอดเขามัตเตอร์ฮอร์นอีกด้วย โดยสถานที่แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงลำดับต้นๆของสวิตเซอร์แลนด์และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปีค.ศ. 2001
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น หลังจากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองซูริค
เย็น อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก HARRY’S HOME ZURICH หรือเทียบเท่า
วันที่ 6

ซูริค – ยอดเขาชิลธอร์น - หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเน่น - ซุก - ซูริค

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้าน Stechelberg เพื่อขำท่านขึ้นกระเช้าที่ยาวที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์สู่ยอดเขาชิลธอร์น (Schilthorn) โดยยอดเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ในแถบบริเวณเทือกเขาแอลป์ เป็นยอดเขาที่มีความสูงกว่า 2,970 เมตร และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงของสวิตเซอร์แลนด์ ยอดเขาแห่งนี้นั้นมีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากการที่เคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำเจมส์ บอนด์ 007 ภาค “On her majesty’s secret service” หรือในชื่อไทย "ยอดพยัคฆ์ราชินี" ด้านบนของยอดเขานั้นเป็นที่ตั้งของภัตตาคารหมุนได้ 360 องศา พิตซ์ กลอเรีย (Piz Gloria) ภัตตาคารแห่งนี้สามารถหมุนได้เป็นวงกลม เพื่อให้ลูกค้าสามารถชมทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์ได้รอบทิศทาง นอกจากนั้นแล้วชั้นล่างของภัตตาคารยังจัดเป็นที่แสดงนิทรรศการของเจมส์บอนด์ หรือ เรียกว่า Bond World 007 อีกด้วย โดยในวันที่อากาศดีนั้นจากยอดเขาชิลธอร์น สามารถมองเห็นยอดเขาต่างๆของสวิตเซอร์แลนด์ได้หลายยอดเขาเลยทีเดียว เช่น ยอดเขาไอเกอร์ , ยอดเขาทิตลิส , ยอดเขาเมินซ์ รวมถึง ยอดเขาจุงฟราวด์ด้วย
กลางวัน รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารบนยอดเขา

สมควรแก่เวลานำท่านลงจากเขาเพื่อเดินทางสู่หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเน่น (Laterbrunnen) หมู่บ้านเล็กๆ อันเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย ที่ซ่อนตัวอยู๋ในอ้อมกอดของหุบเขาอันสวยงาม ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้มีน้ำตกมากถึง 72 แห่ง ที่คอยอวดโฉมให้ได้ชม โดยน้ำตกมีชื่อเสียงที่สุดชื่อว่า น้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach waterfall) มีความสูง 297 เมตร และเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ตกลงมาแบบม้วนเดียวจบที่สูงที่สุดในยุโรป จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองซุก (Zug) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่สวยงามราวกับเทพนิยายตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ โดยนอกจากความสวยงามของทัศนียภาพแล้ว เมืองนี้ยังมีอัตราการเก็บภาษีที่ค่อนข้างต่ำจึงถือเป็นที่ตากอากาศที่นิยมของเหล่าเศรษฐี คนดังสำคัญระดับโลกมากมายมาเยือน ท่านอาจจะเห็นซูเปอร์คาร์จอดเรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย นำท่านชมเมืองชมหอนาฬิกาเมืองซุก (Clock Tower) แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยความสูงของหอถึง 52 เมตรและความโดดเด่น ของหลังคาซึ่งเป็นสีน้ำเงินขาวโดนเด่นตัดกับสีหลังคาสีน้ำตาลของบ้านเมืองสวยงามอย่างยิ่ง มีเวลาให้ท่านเดินขึ้นบันไดสู่จุดชมวิวด้านบนของหอนาฬิกา ที่ท่านจะสามารถเห็นวิวที่สวยงามโดยรอบของเมืองซุก นำท่านเข้าชมโบสถ์เซนท์ออสวอร์ล (St Oswald's church) โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของเมือง ตัวโบสถ์สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1478 ใช้เวลาการก่อสร้างนานถึง 6 ปี ถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดในช่วงโกธิคตอนปลายแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากนี้ ชาวสวิสยังมีความเชื่ออีกว่า ถ้าใครมีเรื่องทุกข์ร้อนใดๆ หรือเจ็บป่วย ถ้าได้มาขอพรกับโบสถ์แห่งนี้ จะช่วยบรรเทาให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว (กรณีถ้ามีพิธีภายในโบสถ์ อาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชม) นำท่านเข้าชมร้านทำทองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป (The Oldest house of goldsmiths in Europe) ของครอบครัว Lohri เปิดทำการตั้งแต่สมัยศัตวรรตที่ 16 ภายในตัวอาคารมีการตกแต่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยจักวรรดินโปเลียน มีซุ้มประตูและเสาโรมัน มีรูปปั้นและจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยการวาดลายหินอ่อนด้วยมือ ในปี 1971 ได้เปิดร้านนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายาก และบางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก มีเวลาให้ท่านเดินชื่นชมอาคาร งานศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายากแล้ว ในส่วนของ Lohri Store ยังมีนาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier , Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC , Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ และไม่ควรพลาดเค้กเชอร์รี่ Zug Cherry Cake (Zuger Kirschtorte) จากร้าน Speck เค้กที่มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และมีขายมากว่าร้อยปี มีบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมายต่างเคยลิ้มลองเค้กจากร้านนี้ เช่น Charlie Chaplin, Winston Churchill หรือสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยเมืองซุกนี้มีการทำฟาร์มผลไม้ ทั้งสตอเบอร์รี่, บูลเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่,ลูกแพร์ ฯลฯ รวมทั้ง เชอร์รี่ ที่มีปลูกมากกว่า 40,000 ต้น หลังจากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ซูริค
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก HARRY’S HOME ZURICH หรือเทียบเท่า
วันที่ 7

ซูริค – สนามบิน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่สนามบินซูริค เพื่อทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ภายในสนามบิน
13.15 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพ โดยเที่ยวบินที่ 931
วันที่ 8

กรุงเทพฯ

06.10 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
มื้ออาหาร
วันที่ เช้า กลางวัน ค่ำ
1
2
3
4
5
6
7
8
รายละเอียดและเงื่อนไข

1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 40,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น 
***ในกรณีที่ต้องการให้บริษัทยื่นวีซ่าให้ ค่าวีซ่าจะต้องชำระเข้ามาพร้อมค่ามัดจำ***
2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า
ภายใน  3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ 
3. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
5. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
6. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกใน  การเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์ อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ 
4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)
ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท 
ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ ** 
- เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
- เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน] 
**ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **  
[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
8.  ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (เฉพาะค่าบริการ)

1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 20 ก.ก., ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมค่าบริการยื่นวีซ่า (5,900.-บาท) 
6. ค่าทิปพนักงานขับรถและไกด์ท้องถิ่น  (12 CHF/ต่อท่าน) 
7. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (24CHF /ต่อท่าน)